txt
stringlengths 202
53.1k
|
---|
# Facebook ซื้อ Sanzaru Games ผู้พัฒนาเกม VR ชื่อ Asgard’s Wrath เสริมทีม Oculus
Facebook ประกาศซื้อกิจการสตูดิโอเกม Sanzaru Games เจ้าของผลงานเกม VR ชื่อ Asgard’s Wrath เข้ามาอยู่ใต้สังกัด Oculus Studios โดยไม่เปิดเผยมูลค่า
Sanzaru Games เป็นสตูดิโอเกมจากแคลิฟอร์เนีย ที่ผลิตเกม VR ให้แพลตฟอร์ม Oculus มาตั้งแต่ปี 2016 รวมแล้ว 4 เกมคือ Ripcoil, VR Sports Challenge, MARVEL Powers United VR, Asgard’s Wrath
เมื่อปลายปีที่แล้ว Facebook เพิ่งซื้อ Beat Games สตูดิโอพัฒนาเกม VR เจ้าของเกม Beat Saber การไล่ซื้อสตูดิโอเกม VR อย่างต่อเนื่องนี้ น่าจะเป็นสิ่งบ่งชี้ว่า Facebook ยังจริงจังกับธุรกิจ VR โดยเฉพาะสายงานด้านเกม
ที่มา - Oculus
|
# ไมโครซอฟท์เตือนรายได้ไตรมาสนี้ลดลง เพราะโรงงานผลิตพีซีในจีนหยุดงาน
ไมโครซอฟท์เป็นบริษัทล่าสุดที่ออกมาเตือนว่าผลประกอบการประจำไตรมาส 1/2020 จะต่ำกว่าเป้าหมาย จากผลกระทบของไวรัสโคโรนา COVID-19
เหตุผลมาจากยอดขายพีซีในไตรมาสนี้น้อยกว่าที่พยากรณ์ไว้ เนื่องจากสายการผลิตพีซีในจีนต้องหยุดทำงาน (เหตุผลเดียวกับที่ Canalys ประเมินว่าตลาดพีซีปี 2020 จะถดถอย) ทำให้ไมโครซอฟท์มีรายได้ในธุรกิจ More Personal Computing ลดลง ทั้งจากยอดขาย Surface ที่ลดลง และค่าไลเซนส์ Windows ที่ลดลงด้วย
ก่อนหน้านี้ แอปเปิลออกมาเตือนผู้ถือหุ้นว่า COVID-19 จะส่งผลกระทบต่อยอดขาย iPhone
ที่มา - Microsoft
ภาพจาก Microsoft
|
# [Dota 2] กรุงเทพฯ สนไหม? Valve เปิดให้เมืองเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ The International 2021
Valve เดินตามรอยกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติอย่างโอลิมปิก ด้วยการเปิดให้เมืองทั่วโลกเสนอตัวเป็นเจ้าภาพงาน The International 2021งานแข่งขันประจำปีของเกม Dota 2 ได้ โดยเมืองที่สนใจจะต้องส่งเอกสารแสดงความจำนงภายในวันที่ 21 มีนาคม 2021 นี้
Valve กล่าวว่า งาน The International สามารถดึงคนให้เดินทางมายังเมืองที่จัดงานได้เป็นจำนวนมาก รวมถึงก่อให้เกิดการใช้จ่ายในหลายๆ ด้านเช่น โรงแรม ร้านอาหาร หรือสถานที่ท่องเที่ยว
นอกจากนี้ Valve จะทำงานร่วมมือกับซัพพลายเออร์ท้องถิ่นสำหรับการจัดงานในครั้งนี้ด้วย เช่น การจัดไฟ การถ่ายทำ อุปกรณ์ถ่ายทอดสด และ บริการอินเทอร์เน็ต และการจ้างงานแรงงานที่มีความสามารถอย่างการจัดเลี้ยง การตกแต่ง การพิมพ์ การตลาด และอื่นๆ ซึ่งส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในเมืองดังกล่าว
Valve กล่าวเพิ่มเติมว่าเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดาที่เคยเป็นเจ้าภาพ The International 2018 นั้นมีเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่เมืองสูงถึง 7.8 ล้านดอลลาร์
ที่มา: Polygon
|
# ทิม คุก กล่าว Apple เตรียมเปิด Apple Store ในอินเดียภายในปี 2021
ทิม คุก ซีอีโอ Apple กล่าวในการประชุมผู้ถือหุ้นว่า บริษัทจะตั้งร้าน Apple Store ในอินเดียเป็นครั้งแรกในปี 2021 และจะเริ่มขายสินค้าออนไลน์ในอินเดียด้วยภายในปีนี้
โดย Apple กำลังรอการอนุมัติจากรัฐบาลอินเดียมากกว่าจะพึ่งพาพาร์ทเนอร์ในการนำสินค้าเข้าไปขาย ทิม คุก บอกว่า ไม่อยากให้คนอื่นมาดำเนินการขายสินค้าแบรนด์ Apple แทนบริษัท
ปกติแล้ว Apple มีฐานการผลิตในอินเดีย แต่การขายยังพึ่งพาร์ทเนอร์และบุคคลที่สามอยู่ ซึ่งยอดขายสินค้า Apple ในอินเดียก็ไม่ได้โดดเด่น เพราะราคาสูง โดยแบรนด์มือถือที่ครองตลาดในอินเดียมีซัมซุงและ Xiaomi เป็นต้น แต่อินเดียก็เป็นตลาดใหญ่สำหรับสินค้ามือถือ
ภาพประกอบสาขาไอคอนสยาม
ที่มา - Engadget, Reuters
|
# Herman Miller ร่วมกับ Logitech ทำเฟอร์นิเจอร์แบบถูกหลักสรีระเพื่อเกมเมอร์โดยเฉพาะ
Herman Miller บริษัทเฟอร์นิเจอร์ ร่วมกับ Logitech ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์เกมมิ่งภายใต้แบรนด์ Logitech G สร้างเฟอร์นิเจอร์ที่เอื้อต่อเกมเมอร์โดยเฉพาะ โดยเริ่มจากเก้าอี้เกมเมอร์ก่อน
จุดขายของเฟอร์นิเจอร์เกมมิ่งจากความร่วมมือดังกล่าวคือ ความสะดวกสบายที่สร้างมาเพื่อเกมเมอร์โดยเฉพาะ ทั้งความสะดวกสบายทางกายภาพของเกมเมอร์ และดีไซน์ที่ถูกตามหลักสรีระสาสตร์ ซึ่งทั้งสองบริษัทได้ทำงานร่วมกับทีมนักกีฬาอีสปอร์ต เช่น Complexity Gaming, TSM, NaVi เพื่อจะได้สร้างเฟอร์นิเจอร์ตอบโจทย์ความต้องการของเกมเมอร์
ก่อนหน้านี้ Herman Miller ก็ร่วมมือกับทีมอีสปอร์ตชั้นนำของอเมริกา Complexity Gaming พัฒนาอุปกรณ์ที่ถูกต้องและจำเป็นตามหลักสรีระศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวของเกมเมอร์
ปัจจุบันมีหลายแบรนด์ที่แม้ไม่ใช่แบรนด์ที่เกี่ยวกับเกมมิ่งหันมาจับตลาดเกม ไม่ว่าจะเป็น Puma ออกรองเท้าสำหรับเกมเมอร์, Louis Vutton ออกเสื้อแจ๊คเกต League of Legends เป็นต้น
ที่มา - Engadget
|
# Google Translate เพิ่มภาษาใหม่เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี มีภาษาอุยกูร์ด้วย
หลายคนอาจไม่ทราบว่า Google Translate ไม่ได้เพิ่มภาษาใหม่ๆ เข้ามาหลายปีแล้วตั้งแต่ปี 2016 ล่าสุดเพิ่มเข้ามาอีก 5 ภาษาใหม่คือ ภาษา Kinyarwanda (รวันดา) ภาษา Odia (ใช้พูดในอินเดีย) ภาษา Tata (พูดกันในไซบีเรีย) ภาษา Turkmen (พูดกันในเอเชียกลาง) และ ภาษาอุยกูร์ (พูดกันในจีน)
Google ระบุว่าทั้ง 5 ภาษาข้างต้น มีการพูดกันทั่วโลกราว 75 ล้านราย ส่งผลให้ตอนนี้ Google Translate สามารถรองรับ 108 ภาษาแล้ว ซึ่งตามข้อมูลของ Ethnologue แหล่งข้อมูลที่อ้างอิงว่าคนบนโลกพูดกันกี่ภาษาระบุว่ามีการพูดกันกว่า 7,000 ภาษา
Google ระบุด้วยว่าได้เพิ่มภาษา Kinyarwanda (รวันดา) Tatar และอุยกูร์ เข้ามาในฟังก์ชั่น Virtual Keyboard หรือการแสดงแป้นคีย์บอร์ดบนหน้าจอเข้ามาด้วย
ที่มา - Engadget
|
# RIAA ออกรายงานปี 2019 เผยรายได้ 79% ของอุตสาหกรรมเพลงสหรัฐฯ มาจากสตรีมมิ่ง
สมาคมอุตสาหกรรมเพลงของอเมริกาหรือ RIAA ออกรายงานเกี่ยวกับการเติบโตและรายได้ของอุตสาหกรรมประจำปี 2019 โดยในรายงานเผยว่ารายได้ของอุตสาหกรรมเพลงทั้งปี 2019 อยู่ที่ 11.1 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าราว 13% ซึ่งสัดส่วนรายได้ของอุตสาหกรรม 79% มาจากสตรีมมิ่ง เพิ่มขึ้นจาก 75% ในปีก่อนหน้า
หากแบ่งย่อยรายได้จากการสตรีมมิ่ง จะพบว่ารายได้ของบริการสตรีมมิ่งเฉพาะบริการเสียเงินอย่าง Apple Music หรือ Spotify คิดเป็น 61% ของรายได้ทั้งอุตสาหกรรม หรือคิดเป็นตัวเงิน 6.8 พันล้านดอลลาร์ และมีจำนวนสมาชิกจ่ายเงินถึง 60.4 ล้านคน เพิ่มจาก 46.9 ล้านคนในปีก่อนหน้านี้
ในขณะที่รายได้ส่วนอื่นของอุตสาหกรรมเพลงอย่างการขายเพลงแบบ physical มีส่วนแบ่งเหลือเพียง 10% จาก 12% ในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากยอดขายซีดีที่ลดลงมาก ในขณะที่แผ่นเสียงไวนิลเพิ่มขึ้นแต่ก็มีสัดส่วนที่น้อยกว่า ส่วนยอดการดาวน์โหลดลดลงเหลือเพียง 8% จาก 11% ในปีก่อนหน้า
RIAA ได้เผยสัดส่วนรายได้ของอุตสาหกรรมเพลงในช่วงปี 2009 เทียบกับปี 2019 ด้วย (ภาพใต้ข่าว)
ที่มา - Engadget, RIAA
ภาพจาก Shutterstock โดย Antonio Guillem
|
# ใครเดทกันอีก! Netflix โอเพนซอร์ส Dispatch ซอฟต์แวร์จัดการเหตุวิกฤติไอที
Netflix ประกาศโอเพนซอร์ส Dispatch ซอฟต์แวร์จัดการเหตุวิกฤติ (crisis management) โดยเฉพาะเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยของระบบ
กระบวนการจัดการเหตุวิกฤตินั้นมักทำคล้ายๆ กัน เช่น การประกาศเหตุ, หาผู้สั่งการ, รวบรวมผู้เกี่ยวข้อง, รวบรวมเอกสาร, แจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้อง, ทางแก้ไข, และรีวิวหลังแก้ไขเหตุ การมีซอฟต์แวร์มาช่วยจัดการจะทำให้จัดการหมวดหมู่ และลดงานบางอย่างให้เป็นอัตโนมัติได้
Dispatch เป็นระบบจัดการเหตุวิกฤติที่รับการแจ้งเหตุได้ทั้งผู้ใช้แจ้งเข้ามาในระบบเอง หรือเชื่อมต่อกับระบบแจ้งเหตุอัตโนมัติ จากนั้นระบบสามารถแจ้งผู้เกี่ยวข้องได้ทั้ง PagerDuty, Slack, และ Jira และเชื่อมต่อกับ Google Docs, Google Drive, Google Groups, และ Google Calendar ได้
ตัวโครงการพัฒนาด้วย Python 3.8 และ VueJS UI ส่วนฐานข้อมูลเป็น PostgresQL
ที่มา - Netflix
|
# ในที่สุด ซัมซุงเพิ่งฟีเจอร์ติดตามรอบประจำเดือนในแอป Samsung Health แล้ว
ซัมซุงอัพเดตแอปพลิเคชั่น Samsung Health เวอร์ชั่น 6.9.0.055 เพิ่มความสามารถติดตามรอบประจำเดือนสำหรับผู้หญิง
ถือว่าช้าพอสมควรเพราะแอปพลิเคชั่นของเจ้าอื่นไม่ว่าจะเป็น Apple, Fitbit, Garmin หรือแอปสุขภาพอื่นๆ ก็มีฟีเจอร์นี้กันหมดแล้ว และผู้ใช้งานซัมซุงก็เรียกร้องให้มีฟีเจอร์นี้มานาน ประโยชน์ของการติดตามรอบประจำเดือนคือจะได้รู้หากประจำเดือนมาแบบผิดปกติ
ปัจจุบัน Samsung Health บนมือถือสามารถติดตามการเคลื่อนไหว นับก้าว เดิน วิ่ง คำนวณแคลอรี่จากอาหารที่เรากิน โดยเราสามารถเลือกอาหารเข้าไปในแอปได้ ติดตามการนอนหลับได้ เป็นต้น
ที่มา - Engadget
|
# Crunchyroll ลุยศึกสตรีมมิ่ง เผยรายละเอียดอะนิเมะ original content 8 เรื่องด้วยกัน
ในยุคสตรีมมิ่งมาแรง Crunchyroll เว็บไซต์ดูอะนิเมะออนไลน์แบบถูกลิขสิทธิ์ก็อยู่เฉยไม่ได้ ล่าสุดเผยรายละเอียดอะนิเมะที่เป็น original content ของตัวเองหรือ Crunchyroll Originals มี 8 เรื่องด้วยกัน ดังนี้
In/Spectre เรื่องราวของคู่หนุ่มสาวที่เผชิญกับเรื่องลึกลับ คอยแก้ปัญหาให้กับสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ ซึ่งสามารถสตรีมดูได้แล้วตอนนี้
Tower of God เป็นการร่วมสร้างกันระหว่าง Crunchyroll และ WEBTOON เป็นเรื่องการต่อสู้ของชายหนุ่มในหอคอยลึกลับ จะเข้าฉายในฤดูใบไม้ผลิปีนี้
Onyx Equinox เป็นแนวแฟนตาซี เด็กหนุ่ม Aztec ที่เหล่าเทพเลือกให้เขาเป็นแชมเปี้ยนของมนุษยชาติ เข้าฉายฤดูร้อนปีนี้
The God of High School เป็นแนวแอกชั่นผสมแฟนตาซีเกี่ยวกับนักเรียนที่ต้องเข้าแข่งขันทัวร์นาเมนต์เพื่อหาผู้เก่งกาจที่สุดในโรงเรียน เรื่องนี้มีให้อ่านใน WEBTOON ด้วย ยังไม่ระบุช่วงเดือนที่จะลงฉาย
Noblesse เป็นเรื่องเกี่ยวกับการผจญภัยของแวมไพร์หลงยุค
Meiji Gekken: Sword & Gun เป็นเรื่องราวการต่อสู้ของซามูไร อิงประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นปี 1870
FreakAngels เรื่องแฟนตาซีเวทมนตร์ ของนักเวทย์วัย 23 ปีที่อาศัยในซากปรักหักพังในลอนดอน ต้องการสร้างสังคมใหม่
High Guardian Spice เรื่องราวของเด็กสาว 4 คนที่ถูกฝึกให้เป็นฮีโร่ ปกป้องโลกจากลางร้าย
ที่มา - Crunchyroll
|
# กูเกิลระบุผู้ใช้สามารถส่งเรื่องให้พิจารณาได้หากเชื่อว่าผิดกฎ หลังอนาคตใหม่ชี้ว่ากอ.รมน ใช้ Blogger เป็นจุดเริ่มบทความป้ายสีนักสิทธิมนุษยชน
เมื่อวานนี้ระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ระบุถึงเว็บไซต์ pulony.blogspot.com ว่าเป็นเว็บไซต์ "แพร่มลทิน ป้ายสีนักสิทธิมนุษยชน นักวิชาการ นักการเมืองผู้ที่ผลักดันประเด็นชายแดนใต้อย่างสันติ" (คำตามทวิตเตอร์อนาคตใหม่) ทางกูเกิลผู้ให้บริการ Blogger (blogspot) ได้ระบุส่งแถลงทางอีเมลถึง Blognone ตอบกลับเรื่องนี้ โดยระบุว่าทางบริการ Blogger มีนโยบายเนื้อหา และหากผู้ใช้เชื่อว่าผิดนโยบาย สามารถกด Report Abuse ได้
แถลงเต็มต้นฉบับดังนี้ "To maintain a positive experience for our users on this communications platform, we have policies that define the boundaries on the type of content that can be shared. If users identify content they believe violates our policies, they can report it using the 'Report Abuse' link located at the top of each blog under the 'More' dropdown."
Blogger ถูกใช้เป็นแหล่งต้นทางในการเผยแพร่จากหลายกลุ่ม เมื่อกลางปี 2019 เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์แบน LandDestoryer โดยเฟซบุ๊กระบุว่ามีความเชื่องโยงกับรัฐบาลรัสเซีย แต่จนตอนนี้ Blogger ก็ยังไม่แบนเนื้อหาเดียวกันบนเว็บไซต์ blogspot.com แต่อย่างใด
นโยบายขอบเขตเนื้อหาของ Blogger มีกฎครอบคลุมหลายประเด็น ทั้งเนื้อหาที่เกี่ยวกับเด็ก, การส่งข้อความเกลียดชัง, ข่มขู่หรือเหยียดหยาม, ไปจนถึงการปิดบังตัวตนของผู้โพส
|
# [ลือ] EA ยกเลิกเกมภาคแยก Star Wars: Battlefront, กำลังพัฒนาภาคต่อ Jedi: Fallen Order
Kotaku รายงานอ้างอิงพนักงานของ EA ว่าบริษัทยกเลิกการพัฒนาเกมภาคแยกของ Star Wars: Battlefront หรือโค้ดภายในว่า Viking แล้ว โดยตัวเกมถูกเริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2015 มีสตูดิโอ Visceral Games (ทีมพัฒนา Dead Space) เป็นผู้รับผิดชอบและมีสตูดิโอ Criterion ที่พัฒนา Need for Speed มาช่วยด้วย
เกมเพลย์ของ Viking จะมีลักษณะเป็นโอเพนเวิลด์ แต่ทว่าด้วยปัญหาว่าสตูดิโอ Visceral (อยู่ซานฟราน) และ Criterion (อยู่ลอนดอน) อยู่ห่างกันครึ่งโลก การประสานงานเป็นไปอย่างลำบาก ขณะที่ผู้บริหาร EA ก็ไม่อยากแตกไทม์ไลน์ออกไปเลย โปรเจ็คนี้เลยถูกยกเลิกไปตั้งแต่ต้นปี 2019
อย่างไรก็ตามตอนนี้เกม Star Wars ที่ EA กำลังพัฒนามีอยู่ 2 เกมคือภาคต่อของ Jedi: Fallen Order ตามที่ลือกัน โดย Respawn ยังคงรับผิดชอบเช่นเดิมและอีกเกมที่มีขนาดเล็กกว่า ดูแลโดย Motive Studio ในแคนาดา
ที่มา - Kotaku
|
# Toyota เข้าลงทุน 400 ล้านดอลลาร์ ในสตาร์ทอัพรถยนต์ไร้คนขับ Pony.ai
Pony.ai สตาร์ทอัพด้านรถยนต์ไร้คนขับ ประกาศรับเงินลงทุน 400 ล้านดอลลาร์ จากโตโยต้า ซึ่งเป็นการขยายความร่วมมือต่อเนื่องจากปีที่แล้ว เพื่อพัฒนาทั้งระบบรถยนต์ไร้คนขับ และการนำมาใช้บริการขนส่งอัตโนมัติ
เงินลงทุนก้อนใหม่จากโตโยต้า ทำให้ Pony.ai มีมูลค่ากิจการล่าสุดสูงกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์
Pony.ai ได้เคยทดสอบระบบรถแท็กซี่ไร้คนขับ (Robotaxi) แล้วในเมืองกว่างโจว ประเทศจีน ตั้งแต่ปี 2018 และขยายการทดสอบมายังแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นบริษัทแรกที่ได้รับอนุญาตให้ทดสอบ Robotaxi ในเมือง
ที่มา: The Verge
|
# Dota 2 ยกเครื่องรูปแบบการแข่งขัน - เปิดตัว Regional League ให้พื้นที่ทีม Tier 2/3
Valve เปิดตัวระบบการแข่งขันใหม่ Regional League ที่จะนำมาใช้ใน Dota Pro Circuit แทนที่ระบบ Minor-Major เดิม เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทีมระดับ Tier 2/3 ได้มีส่วนร่วมในการแข่งขันและกระจายเงินรางวัลให้กับทีมเหล่านี้ได้มากขึ้น โดยจะเริ่มต้นใช้งานหลังจากการแข่งขัน The International 2020 ที่จะจัดขึ้นในปีนี้
Regional League จะเป็นการแข่งขันในระบบลีกของทั้ง 6 ภูมิภาคที่แยกออกจากกัน โดยปีนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ฤดูกาลแข่งขัน โดยมีเงินรางวัลรวม 280,000 ดอลลาร์ต่อฤดูกาล ในแต่ละภูมิภาคจะมีการแบ่งออกเป็น Upper Division และ Lower Division กลุ่มละ 8 ทีม หลังจากจบแต่ละฤดูกาล 2 ทีมที่ได้คะแนนต่ำสุดของ Upper Divsion จะสลับตำแหน่งกับ 2 ทีมที่ได้คะแนนสูงสุดของ Lower Division และ 2 ทีมท้ายสุดของ Lower Division จะต้องออกจากลีกไป และแทนที่โดย 2 ทีมที่มาจากรอบ Open Qualifier แทน
การแข่งขันในแต่ละฤดูกาลจะกินระยะเวลา 6 สัปดาห์ที่มีตารางการแข่งขันแน่นอน ใช้รูปแบบการแข่งแบบพบกันหมดแบบ BO3 โดยในแต่ละภูมิภาคจะแข่งขันกัน 3 วันต่อสัปดาห์ สำหรับการเลือกทีมในฤดูกาลแข่งขันแรกนั้นจะ Valve จะใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาเลือกทีมตามความเหมาะสม
หลังจากจบการแข่งขัน Regional League ในแต่ละฤดูกาล ทีมที่ทำผลงานได้ดีในแต่ละภูมิภาครวมทั้งสิ้น 18 ทีม จะได้เข้าไปแข่งขันกันต่อในรายการ Major ซึ่งมีเงินรางวัลรวม 500,000 ดอลลาร์และคะแนน DPC Points ซึ่งอันดับที่ได้ในการแข่งขัน Regional League จะส่งผลต่อการผ่านเข้ารอบไปเล่นใน Major อีกด้วย
หลังจากจบฤดูกาลแข่งขันที่สาม 12 ทีมที่มีคะแนน DPC Points สูงที่สุดจะได้รับสิทธิ์เข้าไปแข่งขัน The International 2021 รวมกับอีกทีมที่มาจากการแข่งขันรอบคัดเลือกจากแต่ละภูมิภาคซึ่งจะคัดเลือกจาก 8 ทีมที่ได้คะแนนดีที่สุดที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ไปแข่งขันใน TI และใน TI11 นี้จะไม่มีการแข่งขันรอบ Open Qualifier เหมือนที่ผ่านมา
สามารถอ่านรายละเอียดเต็มๆ ของระบบการแข่งขันใหม่นี้ได้ในที่มาท้ายข่าว
ที่มา: Dota 2 Blog
|
# **อัพเดต** ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของรัฐ ชี้ข่าวจากเพจสถานทูตไทยในลอนดอนแจงเรื่องไวรัสเป็นเพจปลอม ทั้งที่เป็นเพจจริง
อัพเดตข้อมูลเพิ่มตามคำชี้แจงของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของรัฐ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของรัฐ ที่ก่อตั้งโดยกระทรวงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ถูกจับได้ว่าเผยแพร่ข่าวปลอมเรื่องไวรัส COVID-19
เรื่องราวเริ่มต้นจาก Khaosod Online เผยแพร่ข่าวที่อ้างอิงจากสถานทูตไทยในลอนดอน ระบุว่าคนไทยที่เดินทางเข้าสหราชอาณาจักรอาจต้องถูกกักกันเพื่อดูอาการ 14 วัน ถ้าพวกเขามีอาการส่อว่าจะเกิดโรค ไมว่าจะเป็นไข้ ไอ จาม หายใจติดขัด
หลังจากนั้นศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมก็เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ว่าข่าวของ Khaosod Online ไม่เป็นความจริง และบอกด้วยว่าเพจสถานทูตไทยในลอนดอนนั้นเป็นเพจปลอม ซึ่ง Khaosod Online ได้ตรวจสอบเพจแล้วว่าเป็นเพจจริง ซึ่งล่าสุด ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมก็ลบโพสต์ที่ตัวเองเผยแพร่แบบผิดๆ ออกไปแล้วโดยไม่มีการชี้แจงแต่อย่างใด สามารถดูหน้าตาโพสต์ข่าวของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ที่แหล่งข่าวต้นทาง
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมผู้ก่อตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของรัฐ ได้ออกมาชี้แจงประเด็นดังกล่าวแล้ว โดยยืนยันว่าข่าวต้นทางของ Khaosod Online ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ
โดยกระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักรไม่มีการออกมาตรการดังกล่าว ณ เวลานั้น แต่มีประกาศเตือนว่าหากมีการเดินทางไป ประเทศที่มีการยืนยันการติดเชื้อของโรค COVID-19 (นอกเหนือจากจีน) ในช่วง 14 วันที่ผ่านมา ให้สังเกตอาการตนเองและหากมีอาการเข้าข่ายการติดเชื้อ ขอให้ไม่ออกจากที่พักอาศัยและ รีบโทรศัพท์แจ้งสายด่วนสาธารณสุขสหราชอาณาจักรทันที ซึ่งภายหลังสหราชอาณาจักรได้ยกระดับมาตรการให้ครอบคลุมประเทศไทย ฮ่องกง สาธารณรัฐเกาหลี ญี่ปุ่น มาเก๊า สิงคโปร์ มาเลเซีย และไต้หวัน
อ่านแถลงการณ์ของ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของไทยได้จากลิงค์ข้างล่าง
ที่มา - Khaosod English
|
# Facebook จะแบนโฆษณาที่ชวนเชื่อเรื่องการรักษาไวรัส COVID-19
ก่อนหน้านี้ Facebook ประกาศมาตรการด้านข้อมูลไวรัสโคโรน่าหรือ COVID-19 บนแพลตฟอร์ม ลบโพสต์และบล็อกแฮชแท็กที่แพร่ข้อมูลปลอม และวิธีการรักษาแบบผิดๆ ล่าสุด Facebook เตรียมแบนโฆษณาที่ชวนเชื่อเรื่องการรักษาไวรัส หรือโฆษณาที่ให้ความรู้สึกว่าต้องซื้อด่วน เพราะของมีจำกัด
ทาง Facebook บอกด้วยว่า มาตรการแบนโฆษณาสินค้านี้จะนำไปใช้กับ Marketplace แพลตฟอร์มขายของใน Facebook ด้วย
ซึ่งช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสนั้น Facebook เป็นอีกแพลตฟอร์มที่มียอดการซื้อขายหน้ากากอนามัยสูงมาก และมีการโก่งราคาด้วย เช่นกันกับแพลตฟอร์มอื่นเช่น Amazon ที่บุคคลที่สามขายหน้ากากในราคาสูง
ภาพจาก Shutterstock
ที่มา - Business Insider
|
# อัพเดตกันด่วน Chrome 80 อุดช่องโหว่ความปลอดภัย Zero-Day ที่ถูกใช้โจมตีแล้ว
กูเกิลออกอัพเดต Chrome 80.0.3987.122 เป็นการอุดช่องโหว่นอกรอบอัพเดตปกติ ให้กับ Chrome 80 ที่ออกรุ่นเสถียรเมื่อต้นเดือน
ช่องโหว่รอบนี้มี 3 ตัว มีความสำคัญระดับ High โดยช่องโหว่หนึ่งตัว (CVE-2020-6418) ที่เกี่ยวกับหน่วยความจำของเอนจิน V8 พบรายงานการโจมตีผ่านช่องโหว่นี้แล้ว
ผู้ใช้งาน Chrome บนเดสก์ท็อปทุกแพลตฟอร์มควรกดอัพเดตกันทันที
ที่มา - Chrome Releases, ZDNet
|
# Disney แต่งตั้งซีอีโอคนใหม่ Bob Chapek มาแทน Bob Iger มีผลทันที
ดิสนีย์ประกาศการเปลี่ยนของตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง โดย Bob Chapek ประธานฝ่าย Disney Parks, Experiences and Products (คนขวาในภาพ) จะขึ้นเป็นซีอีโอคนใหม่ลำดับที่ 7 ของบริษัท มีผลทันที ส่วนซีอีโอเดิม Bob Iger จะรับตำแหน่งประธานฝ่ายบริหาร ดูแลเฉพาะงานด้านความคิดสร้างสรรค์อย่างเดียว ซึ่งเขาจะรับตำแหน่งนี้ในช่วงส่งต่องานจนถึงสิ้นปี 2021
Iger ประกาศเตรียมลาออกจากตำแหน่งมาระยะหนึ่งแล้ว โดยเขาบอกว่าหลังเปิดตัวบริการ Disney+ และควบรวมกิจการกับ 21st Century Fox สำเร็จ ก็เป็นเวลาที่เหมาะสมในการส่งต่อตำแหน่งซีอีโอ
ผลงานเด่นตลอดการเป็นซีอีโอดิสนีย์ 15 ปี ของ Iger มีหลายอย่าง ตั้งแต่การเข้าซื้อกิจการ Pixar ในปีแรกที่รับตำแหน่ง ซึ่งช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ของดิสนีย์และแอปเปิล ผ่านสตีฟ จ็อบส์ ที่เป็นผู้ก่อตั้ง Pixar ตามด้วยการเข้าซื้อกิจการหลายสตูดิโอทั้ง Marvel, Lucasfilm และ 21st Century Fox ส่วนผลงานล่าสุดคือการเปิดตัวบริการสตรีมมิ่ง Disney+
ที่มา: The Verge
|
# ไมโครซอฟท์โชว์ Microsoft Defender ATP for Linux รองรับดิสโทรหลักทุกตัว
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วไมโครซอฟท์ประกาศว่าจะขยาย Microsoft Defender ATP (MTP) ชุดซอฟต์แวร์ความปลอดภัยออกไปทุกแพลตฟอร์มรวมถึงลินุกซ์ วันนี้ไมโครซอฟท์ก็ออกมาให้รายละเอียดสำหรับเวอร์ชั่นลินุกซ์เพิ่มเติม
MTP รองรับลินุกซ์ดิสโทรหลักแทบทั้งหมด ได้แก่ RHEL 7+, CentOS Linux 7+, Ubuntu 16 LTS, or higher LTS, SLES 12+, Debian 9+, และ Oracle EL 7 โดยสามารถติดตั้งผ่าน Puppet หรือ Ansible ก็ได้
การควบคุม MTP จะสามารถควบคุมผ่าน command line ได้ทั้งหมดผ่านคำสั่ง mdatp และยังรายงานข้อมูลการการสแกนเครื่องกลับไปยัง Microsoft Defender Security Center
รุ่นพรีวิวจะเปิดให้ดาวน์โหลดจริงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ส่วนฟีเจอร์เพิ่มเติมไมโครซอฟท์สัญญาว่าจะอัพเดตให้ในไม่กี่เดือน
ที่มา - Microsoft Tech Community
|
# Firefox เปิดใช้งาน DNS over HTTPS เป็นค่าเริ่มต้นให้ผู้ใช้ในสหรัฐฯ, แนะนำ Cloudflare และ NextDNS
วันนี้ Mozilla ประกาศเตรียมเปิดใช้งาน DNS over HTTPS ระบบ DNS เข้ารหัสเพื่อรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวให้ผู้ใช้งาน Firefox ในสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ โดยจะทยอยปล่อยฟีเจอร์นี้ให้ผู้ใช้งานทีละกลุ่ม
Mozilla ระบุว่า DNS ถูกออกแบบมานานหลายทศวรรษแล้ว ซึ่งแม้ว่าเบราว์เซอร์จะใช้ HTTPS แต่การ lookup เพื่อหาไอพีแอดเดรสโดย DNS ยังคงไม่ได้เข้ารหัส ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนสำคัญเพราะอุปกรณ์อื่นสามารถเก็บ ไปจนถึงบล็อคหรือเปลี่ยนคำขอ DNS ก็ย่อมได้
เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ Mozilla จึงพยายามผลักดันการใช้งาน DNS over HTTPS และตอนนี้ Mozilla ก็เปิดใช้ฟีเจอร์นี้ให้ผู้ใช้ Firefox ในสหรัฐฯ เป็นค่าเริ่มต้น แต่ผู้ใช้ที่ไม่ได้อยู่ในสหรัฐฯ ก็สามารถเปิดใช้ฟีเจอร์นี้ได้เช่นกัน โดย Firefox ได้แนะนำผู้ให้บริการ DNS ที่ให้บริการนี้อย่างเป็นทางการสองรายคือ Cloudflare และ NextDNS
หลังจากเปิดใช้งาน DNS over HTTPS ที่สหรัฐฯ เป็นค่าเริ่มต้นแล้ว Mozilla ก็จะทยอยผลักดันด้วยการเปิดใช้ฟีเจอร์นี้เป็นค่าเริ่มต้นในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป รวมถึงจะเพิ่มผู้ให้บริการ DNS ที่เชื่อถือได้ให้ผู้ใช้เลือกใช้งานเพิ่มเติมในอนาคต
ที่มา - Mozilla Blog
ภาพจาก Mozilla
|
# Opera 67 ออกแล้ว พร้อมฟีเจอร์จัดการแท็บแบบใหม่, DNS over HTTPS
Opera ออกเวอร์ชัน 67 โดยรอบนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ Opera เริ่มเปลี่ยนชื่อซีรีส์ตามปี และ Opera 67 มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่หลายอย่าง โดยเน้นที่ระบบจัดการแท็บเป็นหลัก
สำหรับเรื่องชื่อ ก่อนหน้านี้ Opera ใช้ชื่อซีรีส์เป็น Reborn มาสามรอบ แต่หลังจากนี้ Opera จะเริ่มเปลี่ยนวิธีการเรียกชื่อ โดยจะเริ่มจากครั้งนี้ Opera จะเรียกซีรีส์ของเบราว์เซอร์ที่อัพเดตตามรอบปี โดยปีนี้คือ R2020 ที่จะโฟกัสที่ quality-of-life เป็นหลัก เท่ากับว่า Opera 67 นี้จะเป็นเวอร์ชันแรกของซีรีส์ R2020
ฟีเจอร์ชูโรงของ Opera 67 คือ Workspaces เป็นระบบจัดการแท็บตามการใช้งาน โดยผู้ใช้สามารถสร้างเวิร์คสเปซได้สูงสุด 5 เวิร์คสเปซ และแยกใส่แท็บเข้าไปตามเวิร์คสเปซตามลักษณะการใช้งาน เช่น งาน, ท่องเที่ยว, ช้อปปิ้ง เป็นต้น สามารถย้ายแท็บไปมาระหว่างเวิร์คสเปซได้ และสลับไปมาระหว่างเวิร์คสเปซเพียงกดปุ่ม Control + Space
ฟีเจอร์ถัดมา คือระบบตรวจสอบแท็บที่เปิดสองรอบ โดยเมื่อนำเมาส์ไปชี้ที่แท็บหนึ่ง อีกแท็บหนึ่งที่เปิดลิงก์เดียวกันจะปรากฏเด่นชัด เพื่อให้ผู้ใช้ทราบว่ากำลังเปิดลิงก์เดียวกันในอีกแท็บหนึ่ง
ถัดไปคือ Tab Cycler เพียงกดปุ่ม Control + Tab ก็จะเห็นภาพพรีวิวของแท็บอย่างชัดเจน สามารถสลับแท็บไปมาได้โดยไม่ต้องยกมือออกจากคีย์บอร์ด
อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ DNS over HTTPS เป็นฟีเจอร์ DNS แบบเข้ารหัสเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย โดย Opera จะมีฟีเจอร์เปิด DNS over HTTPS ให้ใน Opera 67 พร้อมกับตัวเลือก DNS Server ที่รองรับฟีเจอร์นี้แล้วมาให้เลือกใช้งาน หรือจะกรอกเองก็ได้
ที่มา - Opera Blog
ภาพจาก Opera
|
# Expedia เตรียมปลดพนักงาน 12% เพื่อลดค่าใช้จ่าย
เว็บไซต์ Geekwire เปิดเผยว่า Expedia ได้ส่งอีเมลแจ้งพนักงาน ว่าบริษัทเตรียมปลดพนักงาน 12% ของพนักงานทั่วโลก คิดเป็นจำนวนราว 3,000 คน
ประกาศดังกล่าวเป็นรายละเอียดต่อเนื่องจากผลประกอบการประจำปี 2019 ที่ Expedia ระบุว่ามีแผนลดต้นทุนราว 300-500 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2020 แต่ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าบริษัทจะทำอย่างไร
ในอีเมลระบุว่าการลดพนักงานนี้เพื่อปรับขนาดองค์กรให้เหมาะสมขึ้น รวมทั้งเตรียมยกเลิกโครงการที่ไม่เกี่ยวข้องหลายอย่าง
ที่มา: CNBC
|
# Amazon Go ขยายจากร้านสะดวกซื้อสู่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ยังคงคอนเซปต์ไร้แคชเชียร์เหมือนเดิม
Amazon เปิดร้านค้า Amazon Go Grocery ซึ่งเป็นร้านค้า Amazon Go ขนาดใหญ่ระดับซุปเปอร์มาร์เก็ตในซีแอทเทิลวันนี้ โดยจะยังคงคอนเซปต์เดิมคือเดินเข้ามาหยิบของแล้วเดินออกไปได้เลย ระบบจะหักเงินจากบัญชี Amazon เอง
จุดที่น่าสนใจของการเปิดร้าน Amazon Go Grocery คือเป็นการนำเทคโนโลยีของ Amazon Go มาใช้กับร้านขนาดซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นครั้งแรก มีสินค้าให้เลือกหลากหลายกว่า 5,000 รายการบนพื้นที่กว่า 10,400 ตารางฟุต โดยภายในร้านค้าจะมีเซนเซอร์และกล้องคอยตรวจจับทั่วพื้นที่
ตัวร้านค้า Amazon Go Grocery เองไม่ได้วางตำแหน่งไว้แข่งกับ Whole Foods โดยตรง เพราะ Whole Foods จะเน้นสินค้าออร์แกนิคและไฮเอนด์เป็นหลัก ในขณะที่ Amazon Go จะขายสินค้าทั่วไปและหลากหลายกว่า และตัวร้านก็ยังมีพนักงานดูแลในหลาย ๆ ส่วน อย่างเช่นถ้าจะซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮล์จะต้องแจ้งเพื่อให้พนักงานตรวจสอบอายุลูกค้าก่อนเข้าไปซื้อสินค้าในร้าน
Dilip Kumar ผู้บริหาร Amazon ระบุว่า Amazon Go Grocery ไม่ใช่แค่ร้าน Amazon Go ขนาดใหญ่ แต่เป็นอีกฟอร์แมตหนึ่ง ขายทุกอย่างตั้งแต่อาหารสัตว์เลี้ยง, ของใช้ภายในบ้าน, สินค้าดูแลสุขภาพ เป็นต้น
ที่มา - The Verge
ภาพจาก Amazon
|
# Grab และ Gojek ปฏิเสธข่าวลือควบรวมกิจการ
มีรายงานจาก The Information เผยว่าผู้บริหารของ Grab แอปให้บริการเรียกรถโดยสารรายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผู้บริหารจาก Gojek แอปประเภทเดียวกันที่เป็นผู้นำในตลาดอินโดนีเซีย และกำลังขยายตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นกัน ได้มีการเจรจาเพื่อหาแนวทางควบรวมกิจการกัน แต่การเจรจายังไม่คืบหน้าเนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังหาข้อสรุปเรื่องการถือหุ้นหลังควบรวมไม่ได้
ตัวแทนของทั้งสองบริษัทออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว โดย Gojek บอกว่าไม่มีแผนการควบรวมใด ๆ และข่าวที่รายงานก็ไม่ถูกต้อง ขณะที่ Grab ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นกับข่าวนี้
รายงานบอกว่าทั้งสองบริษัทได้เจรจากันมาหลายเดือนแล้ว โดยเริ่มตั้งแต่เมื่อผู้ก่อตั้ง Gojek ลาออกเพื่อรับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของอินโดนีเซีย แต่การเจรจายังหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจาก Grab ต้องการตัวธุรกิจทั้งหมดไปดำเนินงานต่อ ขณะที่ Gojek ยังต้องการถือหุ้นใหญ่ในธุรกิจที่อินโดนีเซียต่อไป
ที่มา: The Strait Times
|
# Realme X50 Pro 5G เปิดตัว Snapdragon 865, จอ 90Hz, รองรับ 5G ในราคาราว 17,000 บาท
Realme เปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ที่น่าจะเป็นเรือธงของต้นปีนี้แล้วคือ Realme X50 Pro 5G ซึ่งเป็นรุ่นอัพเกรดของ Realme X50 5G (ไม่ Pro) ที่เปิดตัวในจีนเมื่อต้นเดือนมกราคม
การเปลี่ยนแปลงสำคัญคืออัพเกรดหน่วยประมวลผลมาเป็น Snapdragon 865 (รุ่นไม่ Pro ใช้ Snapdragon 765G) แต่เปลี่ยนสเปกหน้าจอเล็กน้อย มาเป็น Super AMOLED ขนาด 6.44" อัตรารีเฟรช 90Hz (รุ่นไม่ Pro เป็น 6.57" 120Hz)
ส่วนสเปกอื่นยังคล้ายของเดิม ได้แก่ กล้องหลัง 4 ตัว + กล้องหน้า 2 ตัว, แบตเตอรี่ 4200 mAh เพิ่มระบบชาร์จเร็วเป็น 65 วัตต์ (รุ่นไม่ Pro ได้ 30 วัตต์)
เริ่มเปิดขายในอินเดียในเดือนกุมภาพันธ์นี้ และจะวางขายในยุโรปช่วงเดือนเมษายน ราคาเริ่มต้นที่ 37,999 รูปี (6GB+128GB) หรือประมาณ 17,000 บาท ทำให้ Realme X50 Pro น่าจะเป็นมือถือที่ใช้ Snapdragon 865 + รองรับ 5G ที่ราคาถูกที่สุดในตอนนี้แล้ว
|
# เปิดตัว "สุพจน์ เธียรวุฒิ" ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) คนใหม่
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA (EGA เดิมที่เปลี่ยนชื่อ) เริ่มศักราชใหม่ปี 2563 ด้วยการเปิดตัวประธานบอร์ดคนใหม่ นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม อดีตปลัดกระทรวงการคลัง และผู้อำนวยการสำนักงานคนใหม่ ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ อดีตผู้ช่วยอธิการบดี ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและยุทธศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีวาระการทำงาน 3 ปี
ดร. สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล
ดร.สุพจน์ เคยทำงานด้านโทรคมนาคมกับบริษัท TT&T จากนั้นเคยเป็นอดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (TRIDI) ในสังกัด กทช. เดิม ก่อนย้ายสายงานไปอยู่กับสถาบันการศึกษา ดูแลเรื่อง digital transformation ให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมีผลงานสร้างช่องทางดิจิทัล ให้นิสิตสามารถทำธุรกรรมต่างๆ เช่น จ่ายค่าเทอม หรือ ขอบัตรประจำตัวได้ผ่านระบบออนไลน์
นายอารีพงศ์ ให้สัมภาษณ์ในงานแถลงข่าวของ DGA ว่าในฐานะที่เป็นข้าราชการมาตลอดชีวิต ทำงานมาหลายกระทรวง (เป็นปลัดกระทรวงการคลัง กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา กระทรวงพลังงาน) และเคยเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) ที่มีหน้าที่ทำเรื่องปรับปรุงระบบราชการโดยตรง ก็ตระหนักว่าในมุมของข้าราชการ มองเฉพาะงานในหน่วยงานของตัวเองอย่างเดียว
แต่ประชาชนไม่ได้มองงานของทางราชการแยกเป็นกระทรวงๆ แบบนั้น แต่มองภาพรวมว่า บริการของราชการยังยุ่งยากและไม่สะดวก จึงเป็นโจทย์ของ DGA ว่าทำอย่างไรจึงสามารถให้บริการประชาชนได้ดีขึ้น
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ประธานกรรมการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล
ดร.สุพจน์ เล่าว่าในมุมของประชาชน ไม่มีใครอยากไปที่ทำการอำเภอเพื่อติดต่อราชการ เพราะยุ่งยากเสียเวลา ดังนั้นอะไรที่สามารถให้บริการประชาชนผ่านช่องทางดิจิทัลได้ ก็ควรต้องทำให้ได้
คนทั่วไปอาจรู้จัก EGA เดิมในฐานะหน่วยงานที่ดูแลการจัดซื้อจัดจ้างบริการดิจิทัลให้ภาครัฐ เช่น ระบบคลาวด์สำหรับราชการ แต่พอมาเป็น DGA จะไม่ทำบทบาทเรื่อง service provider เป็นผู้ให้บริการแล้ว จะเปลี่ยนตัวเองมาเป็น orchestrator เป็นผู้ประสานงานและผลักดันแทน
ในแง่การจัดซื้อ บริการใดที่ยังสามารถซื้อรวมกันได้แล้วประหยัดกว่า ก็อาจมาให้ DGA เป็นคนต่อรองให้ได้ แต่บริการบางอย่างที่หาง่ายในท้องตลาด ราคาของเอกชนแต่ละรายไม่ต่างกันมาก เช่น ลิงก์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของหน่วยงาน ถ้าให้หน่วยงานซื้อเองแล้วสะดวกกว่า ก็ควรให้ซื้อเอง DGA จะทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานให้แทน
ดร.สุพจน์ มองว่าการสร้างบริการดิจิทัลให้กับประชาชน ต้องมีองค์ประกอบ 4 อย่าง
Digital ID & Signature ใช้ยืนยันตัวตนของประชาชน เรื่องนี้ร่วมมือกับกรมการปกครองช่วยกันผลักดัน
Service Request & Tracking การกรอกฟอร์มเพื่อขอรับบริการภาครัฐ ประชาชนต้องสามารถติดตามสถานะได้ว่าเรื่องไปถึงขั้นไหนแล้ว
E/Mobile Payment การจ่ายและรับเงินควรเป็นระบบดิจิทัลทั้งหมด ไม่ควรต้องไปต่อคิวจ่ายเงินที่หน่วยงานราชการอีก เรื่องนี้อุตสาหกรรมธนาคารไทยก็ทำงานไปเยอะพอสมควรแล้ว
E-cert/License เมื่อขอรับบริการเสร็จเรียบร้อย รัฐออกใบรับรองให้ว่าทำงานเสร็จ ใบรับรองนี้ก็ไม่ควรเป็นกระดาษอีก
ดร.สุพจน์ เล่าว่าจากประสบการณ์ทำ Transformation ที่จุฬาฯ พบว่าต้องมีปัจจัย 3 ด้านร่วมกันจึงจะประสบความสำเร็จ
เทคโนโลยี DGA จะเน้นที่การกำหนดมาตรฐานเป็นหลัก แต่ถ้าบางงานจำเป็นต้องสร้างแพลตฟอร์มกลาง ก็จะเป็นผู้สร้างให้
กระบวนการ ช่องทางการให้บริการเปลี่ยนไป หน่วยงานภาครัฐต้องปรับกระบวนการภายในของตัวเองตามด้วย
คน จุฬาฯ ประสบความสำเร็จเรื่องการปรับช่องทางให้บริการนิสิต แต่พบว่าคนทำงานข้างในจุฬากลับรู้สึกไม่ค่อยมีส่วนร่วม ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนไปทำไม เป็นบทเรียนว่าข้าราชการต้องมีส่วนร่วมด้วย ไม่งั้นไม่อิน
พนักงานของ DGA ประมาณ 300 คนก็ต้องปรับตัวตามเช่นกัน ต้องเปลี่ยนตัวเองให้เป็น "ผู้เชี่ยวชาญ" ในเรื่องคน/เทคโนโลยี/กระบวนการ ไม่อย่างนั้น หน่วยงานอื่นก็ไม่รู้จะปรึกษาหรือมาคุยกับ DGA ทำไม
เป้าหมายปลายทางของ DGA ในช่วง 3 ปีนี้จะทำ 3 เรื่องคือ
Digitalization ผลักดันการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล
Digital Platform สร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลของภาครัฐ
Open Data เปิดเผยข้อมูลภาครัฐให้มากยิ่งขึ้น
|
# เปิดตัว Thinkpad T14/T14s/T15 และ X13/X13 Yoga พร้อมตัวเลือกซีพียู Ryzen Pro
หลังจาก Lenovo เปิดตัว Thinkpad X1 ไปเมื่อต้นปี ตามด้วย Thinkpad X1 Fold รอบนี้มาเพิ่มอีก 9 รุ่นคือ T14/T14s/T15, X13/X13 Yoga, L14/L15/L13/L13 Yoga
Lenovo เน้นว่าเป็นเจ้าแรกที่ใช้ซีพียู Ryzen PRO 4000 รุ่น 3 ที่มีความเสถียรและปลอดภัยสูงกว่า Ryzen รุ่นปรกติ เหมาะกับผู้ใช้งานที่มองหาโน้ตบุ๊กระดับมืออาชีพ
นอกเหนือจากการใช้ระบบเลขรุ่นแบบใหม่ ThinkPad ชุดปี 2020 ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น เช่น Modern Standby, Wake on Voice, WiFi 6, ระบบเสียง Dolby Audio Speaker และ Dolby Vision
Thinkpad ทุกรุ่นที่เปิดตัวในรอบนี้จะมีให้เลือกทั้งแบบซีพียู AMD Ryzen 4000 Pro และ Intel 10th Gen Comet Lake จะเริ่มวางขายภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2020 โดยมีราคาดังนี้
ThinkPad T14 ราคาเริ่มต้น $849
ThinkPad T14s ราคาเริ่มต้น $1029
ThinkPad T15 ราคาเริ่มต้น $1079
ThinkPad X13 ราคาเริ่มต้น $849
ThinkPad X13 Yoga ราคาเริ่มต้น $1099
ThinkPad L13 ราคาเริ่มต้น $679
ThinkPad L13 Yoga ราคาเริ่มต้น $799
ThinkPad L14 ราคาเริ่มต้น $649
ThinkPad L15 ราคาเริ่มต้น $649
ที่มา - Lenovo
|
# เกม Temtem ที่ได้แรงบันดาลใจจากโปเกมอน ขายได้ครึ่งล้านก๊อปปี้แล้ว
Humble Bundle เว็บไซต์ขายวีดีโอเกมรูปแบบชุด เผยว่าเกม Temtem จากผู้พัฒนาเกม Crema ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากโปเกมอน ขายได้ 5 แสนชุดแล้ว ทั้งๆ ที่ตัวเกมยังเป็นเวอร์ชั่น Early Access บน Steam เท่านั้น
ตัวเนื้อหาเกมคือให้ผู้เล่นฟูมฟักเลี้ยงดูสัตว์ประหลาดของตัวเอง และเอามาสู้กับผู้เล่นคนอื่น ทางผู้จัดจำหน่ายเกมยังบอกด้วยว่ามีสัตว์ประหลาดในเกม 1.4 ล้านตัวที่เกิดและขยายพันธุ์ในโลกของ Temtem ส่วนก้าวต่อไปของเกมคาดว่าจะมีเวอร์ชั่นเต็มออกมาให้เล่นในปี 2021
ที่มา - DualSHOCKERS, ShackNews
|
# รู้จัก Tencent Cloud บริการคลาวด์จาก Tencent ที่มีศูนย์ข้อมูลในไทยเรียบร้อยแล้ว
เราอาจรู้จัก Tencent ในฐานะบริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน มีบริการออนไลน์ในสังกัดหลายตัว เช่น เว็บพอร์ทัล Sanook, แอพแชท WeChat, ฟังเพลงสตรีมมิ่ง JOOX, วิดีโอออนไลน์ WeTV รวมถึงให้บริการเกมมือถืออย่าง PUBG MOBILE
แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า Tencent มีธุรกิจคลาวด์ให้เช่า เช่นเดียวกับผู้ให้บริการเจ้าดังจากโลกตะวันตก และบริษัทไอทีจีนรายอื่น ตอนนี้ Tencent Cloud บุกเข้ามาทำตลาดไทยอย่างเป็นทางการ แถมยังมีศูนย์ข้อมูลในไทยเรียบร้อยแล้ว
Blognone มีโอกาสพูดคุยกับคุณ Chang Foo ผู้บริหารตำแหน่ง Chief Operating Officer ของ Tencent Thailand ในเรื่องนี้
ที่มาที่ไปของ Tencent Cloud
Tencent เป็นผู้ให้บริการออนไลน์รายใหญ่ในจีน เรามีระบบภายในเพื่อรองรับบริการของตัวเองมาก่อน จากนั้นในปี 2013 จึงเริ่มพัฒนาออกมาเป็นบริการให้คนอื่นใช้งานด้วย แน่นอนว่าช่วงแรกยังเน้นให้บริการในประเทศจีนอย่างเดียว แต่ปี 2016 ก็เริ่มเปิดศูนย์ข้อมูลในหลายประเทศ ส่วนประเทศไทยเพิ่งเข้ามาในปีที่แล้ว 2019
Tencent Cloud มีศูนย์ข้อมูลในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นความร่วมมือกับ True IDC การมีศูนย์ข้อมูลในไทยช่วยเรื่องของความเร็วในการเข้าถึง และช่วยให้องค์กรมั่นใจได้ว่าข้อมูลยังอยู่ในประเทศไทย
บริการของ Tencent Cloud มีอะไรบ้าง
ตัวบริการพื้นฐานคงไม่ต่างอะไรจากผู้ให้บริการเจ้าอื่น เริ่มตั้งแต่เรื่องการประมวลผล (Compute), การเก็บข้อมูล (Storage), ระบบเครือข่าย (Networking), ความปลอดภัย (Security) รวมถึงบริการ CDN ที่เรามีอยู่ทั่วโลก
ซอฟต์แวร์ที่เรามีบริการโฮสต์ให้ ก็เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สยอดนิยม เช่น MySQL, PostgreSQL, Redis, Kubernetes, MapReduce, Elasticsearch
สิ่งที่อาจแตกต่างจากรายอื่นๆ และเป็นความเชี่ยวชาญของ Tencent คือบริการด้านวิดีโอและเกม เนื่องจาก Tencent เป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ในทั้ง 2 เรื่อง จึงมีประสบการณ์เรื่องนี้มาอย่างดี (PUBG MOBILE ซึ่งเป็นเกมที่มีผู้เล่นที่ลงทะเบียนทั่วโลกกว่า 600 ล้านคน ก็อยู่บน Tencent Cloud) หากมาเช่าใช้บริการ 2 ตัวนี้ก็จะได้คุณภาพระดับเดียวกับที่ Tencent ใช้เอง
ตัวอย่างบริการด้านเกมที่น่าสนใจคือ Game Multimedia Engine (GME) ที่ใช้จัดการเรื่องการสนทนาเสียงในเกมออนไลน์ ปรับแต่งมาสำหรับเกมแต่ละชนิด เช่น MOBA, MMORPG, FPS, casual ให้เสร็จสรรพ หรือบริการ Anit-DDoS สำหรับป้องกันเซิร์ฟเวอร์เกมก็มีเช่นกัน
ตัวอย่างบริษัทที่ใช้งาน Tencent Cloud มีใครบ้าง มีลูกค้าในไทยแล้วหรือไม่
ถ้าเป็นลูกค้าในประเทศจีน ที่ยกตัวอย่างได้คือ WeBank ธนาคารดิจิทัลรายแรกของจีน (ที่ Tencent ถือหุ้นด้วย) ซึ่งเปิดให้บริการไปในปี 2014 โดยใช้เพื่อให้ทำธุรกรรมต่างๆ ทางออนไลน์ โดยสามารถลดเวลาการให้บริการตามปกติที่เคาน์เตอร์แบงค์ทั่วไปซึ่งปกติใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 20 นาทีเหลือแค่เพียงไม่กี่นาทีผ่านออนไลน์ และลดต้นทุนปฏิบัติการ (Operating cost) ไปได้ถึง 80%
ลูกค้าอีกหนึ่งรายคือ Shopee ที่ใช้ Tencent Cloud ในการรองรับการใช้งานลูกค้าจำนวนมากต่อวันเช่นเดียวกัน โดย Shopee ใช้เครือข่าย Content Delivery Network (CDN) ที่ครอบคลุมอยู่ทั่วโลกในการเก็บข้อมูลรูปภาพและวีดีโอสำหรับแอปฯ และเมื่อทำงานร่วมกับระบบ Live Video Broadcasting (LVB) ก็ทำให้ Shopee สามารถรองรับผู้ใช้งานในการเข้ามาใช้ Live Q&A จนเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้าได้เป็นประวัติการณ์ในช่วงเทศกาล 11/11 และ 12/12
ส่วนลูกค้าในไทย ตอนนี้มีแล้วประมาณ 20 ราย
Tencent Thailand เอาจริงกับเรื่องคลาวด์ ลูกค้าในไทยจะได้บริการซัพพอร์ตอย่างเต็มที่ มีพนักงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้นั่งทำงานอยู่ที่ Tencent Thailand โดยตรง ให้บริการแบบ 24x7
Tencent Cloud ทำตลาดในประเทศไทยผ่านตัวแทนจำหน่าย (reseller) ณ ปัจจุบัน ได้แก่ TrueIDC, Tangerine, MIW (Make it work co., ltd.) ซึ่งเป็นบริษัทที่องค์กรในไทยคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว
|
# อายุเป็นเพียงตัวเลข เมื่อเด็ก 7 ขวบคว้าแชมป์ Pokémon Oceania International Championships รุ่น Junior
Pokémon ถือเป็นการแข่งขัน esports เพียงไม่กี่เกมที่มีการแบ่งระดับและจัดการแข่งขันผู้เล่นตามอายุ ซึ่งสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีเรื่องน่าประทับใจเกิดขึ้น เมื่อ Simone Lim ผู้เล่นที่มีอายุเพียง 7 ขวบจากสิงคโปร์สามารถคว้าแชมป์ Pokémon Oceania International Championships รุ่น Junior ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียท่ามกลางแฟนๆ ที่ร่วมส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจ
สำหรับคู่ต่อสู้ของ Lim ในรอบชิงชนะเลิศนั้นคือ Justin Miranda-Radbord ผู้เล่นที่มีอายุมากกว่าและประสบการณ์เหนือกว่าตัวเก็งของรายการนี้ซึ่งเคยแข่งขันในระดับนานาชาติและคว้าแชมป์ระดับภูมิภาคได้มากถึง 21 รายการ แต่ด้วยการตัดสินใจที่เหนือกว่าในเกมสุดท้ายทำให้ Lim คว้าชัยไปได้ในที่สุด
ที่มาภาพ: Screenshot จาก The Official Pokémon YouTube channel
สามารถชมวิดีโอการแข่งขันและภาพความประทับใจของแมตช์นี้ได้ที่นี่
ที่มา: Kotaku
|
# [ไม่ยืนยัน] Venmo แอพจ่ายเงินของ PayPal ทดสอบให้เปิดบัตรเดบิตสำหรับวัยรุ่น
Jane Manchun Wong นักวิจัยแอพพลิเคชั่นเผยข้อมูลว่า Venmo แอพพลิเคชั่นจ่ายเงินภายใต้ PayPal กำลังทดสอบให้ผู้ใช้ที่เป็นพ่อแม่ผู้ปกครอง สามารถเปิดใช้งานบัตรเดบิตสำหรับวัยรุ่นได้ โดยตัวบัตรเชื่อมกับบัญชีผู้ปกครอง
Venmo มีฟังก์ชั่นเปิดใช้งานบัตรเดบิตอยู่แล้ว ใช้จ่ายผ่านร้านค้าที่รับ Mastercard และถอนเงินสดจาก MoneyPass ATM ในสหรัฐฯไม่มีค่าธรรมเนียม แต่คราวนี้เป็นบัตรเดบิตใหม่ที่เจาะผู้ใช้งานวัยรุ่นโดยตรง โดยตรงหน้าลงทะเบียนมีให้ใส่ข้อมูลชื่อ นามสกุล วันเกิดของคนที่จะใช้บัตรนั้นๆ
ในสหรัฐฯ มีบริการบัตรเดบิตสำหรับวัยรุ่นที่ได้รับความนิยมคือ Current ที่ผู้ปกครองสามารถจำกัดวงเงิน บล็อกการซื้อของจากร้านใดร้านหนึ่งได้ ปัจจุบันมีการใช้งาน 500,000 บัญชี มีค่าธรรมเนียมรายปี 36 ดอลลาร์
ที่มา - TechCrunch
|
# ATCETERA ผู้ให้บริการ "Azure Stack Cloud Service" เจ้าแรกในไทย โดยใช้เซิร์ฟเวอร์ของ HPE
การพัฒนาแอปพลิเคชั่นใหม่ ๆ บนบริการ Cloud หรือการใช้ Cloud ทดแทนไซต์สำรอง เป็นแนวทางที่องค์กรส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า เป็นแนวทางที่คุ้มค่ากว่าการลงทุนกับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ก้อนใหญ่ แต่สำหรับองค์กรในไทย การใช้บริการ Cloud ยังมีอุปสรรคสำคัญคือการเชื่อมต่อด้วย Inter Bandwidth เพราะสร้างความน่ากังวลทั้งความเสถียรของการเชื่อมต่อและค่า Inter Bandwidth ที่สูงและควบคุมได้ยากกว่าการตั้งเซิร์ฟเวอร์ในประเทศเป็นอย่างมาก
ATCETERA บริษัทลูกของทาง INET ผู้ให้บริการโซลูชั่นไอซีทีชั้นนำของไทย ได้สร้างบริการ Cloud โดยมี Data Center ภายในประเทศไทย ที่ได้มาตรฐานสูงเทียบเท่าระดับสากล และการที่บริการตั้งอยู่ในประเทศไทย ทำให้ ATCETERA สามารถให้บริการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วน Inter Bandwidth เพิ่มเติม ทำให้ผู้ใช้ส่วนใหญ่ที่อยู่ในประเทศ สามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไปพร้อม ๆ กับเพิ่มประสิทธิภาพการใช้บริการได้ดียิ่งขึ้น เมื่อผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
กุญแจสำคัญของการสร้าง Cloud ในประเทศไทยครั้งนี้ ATCETERA อาศัย HPE ProLiant for Microsoft Azure Stack ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบบ Integrated System ที่ผ่านการทดสอบร่วมกันระหว่าง HPE และ Microsoft มาใช้เป็น Hardware เพื่อติดตั้งระบบทั้งหมดของ Microsoft Azure Stack
โดยทาง ATCETERA และ INET ได้เลือกทำงานร่วมกับ HPE ในการวางโครงสร้างพื้นฐานสำหรับบริการ Cloud เนื่องจากโซลูชั่นที่มีความสามารถในการปรับขยายรองรับฐานลูกค้าของ ATCETERA ที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต และตัวเซิร์ฟเวอร์เองยังถูกออกแบบให้มีความปลอดภัยสูงสุด ด้วยการป้องกันที่ระดับเฟิร์มแวร์ด้วย HPE Silicon Root of Trust ขึ้นมาจนถึงระดับซอฟต์แวร์ที่ Azure Stack ทำให้สามารถ update patch ความปลอดภัยต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
ในส่วนของการ Support ลูกค้าก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญสำหรับงานไอทีระดับองค์กร ทาง ATCETERA และ INET มีวิธีการในการ Support ลูกค้าอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว แต่เมื่อมีเหตุระดับลึกลงไปในระดับ Hardware ทาง HPE Datacenter Care จะเข้ามาให้บริการกับทาง INET เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงในเวลาอันรวดเร็ว และไม่ส่งผลกระทบต่อลูกค้าที่ใช้งานอยู่
ATC Azure Stack "Local Cloud Service" ที่ครบทุกบริการหลัก
จากความร่วมมือระหว่าง ATCETERA และ HPE ทำให้เกิดเป็นบริการ ATC Azure Stack บริการ Cloud ระดับ Premium ที่ลูกค้าสามารถบริหารจัดการ VM ได้ด้วยตัวเองอย่างอิสระ
บริการหลักคือ ATC Virtual Machines ลูกค้าสามารถสร้างเซิร์ฟเวอร์ขึ้นมาใช้งานได้อย่างอิสระ เริ่มต้นตั้งแต่เครื่องขนาดเล็กทำงานเฉพาะทาง ไปจนถึงเครื่องที่มีขนาดใหญ่ ซีพียูถึง 64 คอร์ รองรับโหลดได้ทุกประเภท
สำหรับ ATC Virtual Machines สามารถขอทดลองใช้ก่อนเริ่มใช้งานจริงได้ เพียงกรอกข้อมูลเบื้องต้นในเว็บไซต์ ATCETERA จะมีทีมงานติดต่อกลับเพื่อจัดส่งเครื่องทดลองและพูดคุยรายละเอียดเพิ่มเติม
เมื่อได้บัญชีใช้งานมาแล้วสามารถ login เข้าเว็บเพื่อสร้าง server ได้ทันที หลังจากกดสร้าง server ใช้เวลารอเพียงไม่กี่นาทีเซิร์ฟเวอร์ก็จะบูตพร้อมใช้งาน
นอกจากบริการ Virtual Machine แล้วก็ยังมีบริการ ATC Container สำหรับการรันคอนเทนเนอร์, ATC Database ระบบฐานข้อมูลที่ทาง ATC เป็นผู้ดูแลความปลอดภัยให้ และ ATC Web App ที่ให้บริการเฟรมเวิร์คและซอฟต์แวร์ยอดนิยมให้สามารถเปิดใช้งานภายในเวลาไม่กี่นาที
Azure Stack ได้นำเอาฟีเจอร์ของ Cloud รายใหญ่อย่าง Azure มาให้บริการบน Data Center ที่ได้มาตรฐานระดับสากลภายในประเทศไทยไว้อย่างครบครัน ทำให้ ATCETERA สามารถให้บริการแพลตฟอร์มหลัก ๆ ที่เพียงพอสำหรับงานส่วนใหญ่ภายในองค์กร โดยยังคงข้อดีของการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่เสียค่าใช้จ่ายในส่วนของ Inter Bandwidth แบบ Cloud ต่างประเทศ
ขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของ ATCETERA หรือขอทดสอบใช้งานบริการ Cloud ได้ที่เว็บไซต์ ATCETERA
|
# Android Studio 3.6 ออกแล้ว เพิ่ม Split View ดูโค้ดและดีไซน์ไปพร้อมกัน
กูเกิลออก Android Studio 3.6 เวอร์ชันเสถียร โดยเป็นรุ่นแรกที่กลับมาเน้นเรื่องฟีเจอร์ใหม่ หลัง Android Studio 3.4 และ Android Studio 3.5 หันไปทำ Project Marble ที่เน้นแก้บั๊กและเพิ่มประสิทธิภาพ
กูเกิลบอกว่าเรียนรู้จาก Project Marble ทำให้เลือกเพิ่มฟีเจอร์ให้ Android Studio 3.6 ไม่เยอะมากนัก เพราะต้องการควบคุมคุณภาพไปพร้อมกัน ของใหม่ใน Android Studio 3.6 มีดังนี้
Design Editors รองรับ split view เปิดโค้ดเทียบกับดีไซน์แบบเรียลไทม์
resource ชนิด color picker เลือกธีมสีให้กับโปรเจคต์ได้ง่ายขึ้น
Android NDK รองรับการใช้งานกับภาษา Kotlin แล้ว
อัพเดตแพลตฟอร์ม IntelliJ เป็นเวอร์ชัน 2019.2
อัพเดต Android Gradle Plugin (AGP) เป็นเวอร์ชัน 3.6
เปลี่ยนตัวสร้างแพ็กเกจซอฟต์แวร์ตัวใหม่ชื่อ zipflinger
Android Emulator 29.2.12 เพิ่มวิธีการจำลองพิกัดของฮาร์ดแวร์, รองรับอุปกรณ์หลายจอ
การดาวน์โหลด Android SDK รองรับการ resume ดาวน์โหลดต่อได้ทันทีหากมีปัญหาเครือข่าย
Memory Profiler เพิ่มฟีเจอร์ leak detection ตรวจหาจุดที่มีปัญหาหน่วยความจำ
ที่มา - Android Developers
|
# VICE รายงาน รัฐบาลจีนเพ่งเล็งคนที่แชร์ข้อมูลและวิจารณ์รัฐบาลเรื่องไวรัสบนโซเชียลมีเดีย
เว็บไซต์ VICE รายงานว่า รัฐบาลจีนกำลังเพ่งเล็งตัวบุคคลที่วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลผ่านเรื่องไวรัสโคโรน่าหรือ COVID-19 บนโซเชียลมีเดียไม่ว่าจะเป็น WeChat และ Twitter บางรายถึงกับมีเจ้าหน้าที่มาหาถึงประตูบ้านเลยทีเดียว
VICE สัมภาษณ์ชาวจีนรายหนึ่งใช้นามสมมติว่า Joshua Left เป็นผู้ประกอบการสตาร์ทอัพในเมืองอู่ฮั่น จุดเริ่มต้นของการแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 โดยในช่วงเดือนมกราคมก่อนที่จะมีการระบาดในวงกว้างนั้น ตัวเขาอยู่ที่ซานฟรานซิสโก และพยายามโพสต์ความเคลื่อนไหวของโรคระบาดให้ครอบครัวและชาวอู่ฮั่นได้รู้ เพราะคนจีนอาจเข้าถึงข้อมูลไม่ครบถ้วน
ปรากฏว่า Joshua ได้รับข้อความจากเพื่อนใน WeChat ของเขาบางรายพยายามถามว่าเขาอยู่โรงแรมอะไร ใช้เบอร์โทรศัพท์อะไรตอนอยู่ซานฟรานซิสโก ซึ่ง Joshua คาดว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนบังคับให้เพื่อนของเขาหาข้อมูลที่ระบุตัวตนของเขามาให้ได้ นอกจากนี้ระบบ WeChat ของ Joshua ยังเตือนมาว่ามีคนพยายามล็อกอินเข้าบัญชีของเขาด้วย ซึ่งตอนนี้เขาก็ยังไม่กล้ากลับจีน เพราะกลัวว่าตัวเองจะถูกจับ
ภาพถนนในจีนจาก Pixabay
Jiang Ming อีกหนึ่งประชาชนจีนที่ได้รับผลกระทบจากแนวทางเซนเซอร์ของจีนอีกราย ใช้ VPN เข้าถึง Twitter ตอบกลับทวีตหนึ่งที่วิจารณ์ความล่าช้าของรัฐบาลจีนในการจำกัดการระบาดของไวรัส แปลได้ความว่า ใครจะกล้าทำลายอำนาจเผด็จการ ทรราชย์
หลังจากนั้นเขาได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่รัฐให้ลบข้อความนั้น เขาปฏิเสธ หลังจากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่มาหาเขาถึงที่บ้านที่ Dongguan พร้อมกระดาษสกรีนหน้าจอข้อความบน Twitter ของเขา และคำสั่งให้ลบเพราะเป็นการโจมตีรัฐบาลโดยตรง เข้าหน้าที่บอก Jiang Ming ด้วยว่า ค้นพบเบอร์โทรศัพท์ของเขาที่ใช้เชื่อมต่อบน Twitter ซึ่งนำไปสุ่ฐานข้อมูลที่ระบุตัวตนของ Jiang Ming ได้
ก่อนหน้านี้มีเหตุเสียชีวิตของ Li Wenliang หมอที่ออกมาเตือนโลกเรื่องไวรัสระบาดตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว และมีแคมเปญประท้วงกรณีดัวกล่าว มีการแสดงความเศร้าต่อการจากไปของหมอ และความโกรธรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลก็พยายามลบแคมเปญนี้ออกจากออนไลน์ด้วย
Fergus Ryan นักวิเคราะห์จาก Australian Strategic Policy Institute (ASPI) ผู้ทำการศึกษาโซเชียลมีเดียของจีนบอกว่า เห็นความเคลื่อนไหวของชาวเน็ตจีน พยายามเข้าถึงเว็บไซต์ข่าวที่ถูกเซนเซอร์ในจีนมากอย่างมีนัยยะสำคัญ ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา มีการบันทึกการคลิกเข้าเว้บไซต์ข่าวดังกล่าวระหว่าง 18,000 ถึง 29,000 ครั้ง และในวันที่ 25 จำนวนคลิกก็พุ่งสูงเป็น 50,000 ครั้ง ตัวเลขนี้สะท้อนความต้องการเข้าถึงข่าวสารที่ถูกเซนเซอร์ในจีน
ที่มา - VICE
|
# ไมโครซอฟท์เผยสเปก Xbox Series X ยืนยันสมรรถนะ 12 TFLOPS เพิ่มจากเดิม 2 เท่า
ไมโครซอฟท์ประกาศข้อมูลสเปกของ Xbox Series X อย่างเป็นทางการ ข้อมูลหลายอย่างเราอาจพอรู้อยู่แล้ว แต่ไมโครซอฟท์เพิ่งเคยยืนยันตรงๆ
ซีพียูแกน Zen 2 แบบ custom, จีพียูแกน RDNA 2 สมรรถนะ 12 TFLOPS (2 เท่าของ Xbox One X)
รองรับ DirectX Raytracing, มีฟีเจอร์ Variable Rate Shading (VRS) เลือกโฟกัสเอฟเฟคต์เฉพาะบางจุดบนจอ ไม่เปลืองพลังจีพียู ช่วยให้เฟรมเรตดีขึ้น
สตอเรจ SSD รุ่นใหม่ (ยังไม่เผยข้อมูลเพิ่มเติม) รองรับ Quick Resume สลับเกมไปมาได้หลายเกมอย่างรวดเร็ว ไม่เสียเวลาโหลด
Dynamic Latency Input (DLI) คอนโทรลเลอร์สามารถเข้าถึงซีพียูได้เร็วขึ้น แก้ปัญหา latency
HDMI 2.1 มีฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่าง Auto Low Latency Mode (ALLM) และ Variable Refresh Rate (VRR)
รองรับเฟรมเรตสูงสุดที่ 120 fps
ไมโครซอฟท์ยังประกาศว่า Xbox Series X จะรองรับเกมเก่าของคอนโซล Xbox ทั้งสามเจนก่อนหน้า (Xbox ตัวแรก, Xbox 360, Xbox One) และมีฟีเจอร์ซื้อเกมครั้งเดียว เล่นได้ทั้งบน Xbox One และ Xbox Series X โดยไม่ต้องซื้อซ้ำ ตอนนี้เกมที่รองรับแล้วคือ Halo Infinite ของไมโครซอฟท์เอง และ Cyberpunk 2077 ที่ประกาศแล้วว่าซื้อบน Xbox One ไปก่อนแล้วนำไปเล่นต่อบน Xbox Series X ได้เลย
ที่มา - Xbox
|
# Netflix เพิ่มการจัดอันดับ Top 10 คอนเทนต์ยอดนิยมของแต่ละประเทศ อัพเดตรายวัน
Netflix ประกาศเพิ่มหัวข้อใหม่ Top 10 ในหน้าแรก เพื่อให้ผู้ใช้งานค้นพบคอนเทนต์ที่น่าสนใจได้ดีขึ้น โดย Top 10 จะแสดง 10 รายการยอดนิยมของผู้ชมแต่ละประเทศ ปรับปรุงข้อมูลทุกวัน โดยนอกจาก Top 10 ในหน้าแรกแล้ว เมื่อเข้าไปในหัวข้อย่อย TV Shows และ Movies ก็จะพบ 10 อันดับคอนเทนต์ยอดนิยมตามประเภทแยกออกมา
อันดับความนิยมจะแสดงผลในหน้าของคอนเทนต์นั้น ๆ ด้วย ทั้งนี้ตำแหน่งในการแสดงข้อมูล Top 10 จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการชมของผู้ใช้งานว่าสัมพันธ์กับคอนเทนต์ที่อยู่ใน Top 10 หรือไม่
Netflix ระบุว่าได้ทดสอบ Top 10 ในอังกฤษและเม็กซิโกตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งพบว่ามีการตอบรับที่ดี จึงเพิ่มการแสดงข้อมูลนี้กับผู้ใช้ทั่วโลก
ที่มา: Netflix
|
# นักวิเคราะห์ขาประจำคาด Apple จะออก Mac ที่ใช้ซีพียู ARM ในปีหน้า
Ming Chi Kuo นักวิเคราะห์ขาประจำ ที่มีประวัติทายสินค้าใหม่แอปเปิลได้แม่นยำที่สุด ออกรายงานฉบับล่าสุดระบุว่า แอปเปิลจะออก Mac รุ่นใหม่ที่ใช้ซีพียู ARM แทนที่ซีพียูอินเทล กำหนดเปิดตัวในครึ่งแรกของปีหน้า 2021 ทำให้บริษัทลดการพึ่งพารอบการออกซีพียูของอินเทล
รายงานของ Kuo ไม่ได้ลงรายละเอียดเพิ่มเติมมากกว่านี้ แต่บอกเพียงแอปเปิลจะใช้เทคโนโลยีซีพียู 5 นาโนเมตร เป็นหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งกลุ่มใน 12-18 เดือนข้างหน้า ซึ่งรวมทั้ง iPhone และ iPad ด้วย
ข่าวลือเรื่องแอปเปิลเปลี่ยนมาใช้ Mac ซีพียู ARM ไม่ใช่ข่าวใหม่แต่อย่างใด (มีมาตั้งแต่ปี 2011) แต่รายงานล่าสุดบอกว่าแอปเปิลอาจเปิดตัว Mac รุ่นดังกล่าวในปีนี้ โดยเป็นไปตามยุทธศาสตร์รวมแพลตฟอร์ม iOS กับ macOS เข้าด้วยกัน ขณะที่ Kuo บอกว่า Mac รุ่นนี้จะออกมาในปีหน้า
ที่มา: MacRumors
|
# Warren Buffett มหาเศรษฐีผู้ถือหุ้นใหญ่ Apple ยอมรับ เพิ่งเปลี่ยนมาใช้ iPhone
Warren Buffett มหาเศรษฐีนักลงทุนชื่อดัง ให้สัมภาษณ์กับรายการ Squawk Box ทาง CNBC โดย Buffett เปิดเผยว่าตอนนี้เขาเปลี่ยนมาใช้ iPhone 11 แล้ว จากที่ก่อนหน้านี้เขาใช้โทรศัพท์แบบฝาพับซัมซุง SCH-U320 มาโดยตลอด
ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่าบริษัทด้านการลงทุน Berkshire Hathaway ของ Buffett เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในแอปเปิล โดยปัจจุบันถือหุ้นอยู่ราว 5.5% ซึ่ง Buffett เองก็ยอมรับว่าเขาได้รับ iPhone เป็นของขวัญมานานหลายปีแล้ว รวมทั้งจาก Tim Cook ซีอีโอแอปเปิลเองด้วย แต่ก็ยังไม่ยอมเปลี่ยน
อย่างไรก็ตาม Buffett บอกว่าเขาใช้ iPhone เพื่อเป็นโทรศัพท์รับสายเข้าออกเท่านั้น ไม่ได้นำมาใช้งานที่หลากหลายแบบคนอื่น ก่อนหน้านี้เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า iPad เป็นอุปกรณ์แอปเปิลอีกอย่างที่เขาใช้งาน เพื่อตรวจสอบราคาหุ้นและค้นหาข่าว
ที่มา: CNBC
|
# Intuit ซื้อกิจการ Credit Karma สตาร์ทอัพ FinTech ด้าน Credit Score มูลค่าดีลกว่า 2.2 แสนล้านบาท
Intuit บริษัทซอฟต์แวร์ด้านการเงินและภาษีรายใหญ่ (เจ้าของ TurboTax, QuickBooks และ Mint) ประกาศเข้าซื้อกิจการ Credit Karma สตาร์ทอัพแพลตฟอร์มสำหรับตรวจสอบข้อมูลคะแนนเครดิตส่วนบุคคล ด้วยมูลค่าดีลกว่า 7,100 ล้านดอลลาร์ โดยจ่ายเป็นเงินสดและหุ้นของ Intuit
Sasan Goodarzi ซีอีโอ Intuit กล่าวว่าการซื้อกิจการ Credit Karma นี้ เพื่อนำมาเสริมกับธุรกิจเดิม เพื่อเป็นผู้ช่วยให้ข้อมูลแก่ลูกค้า จนสามารถบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคลบรรลุได้ตามเป้าหมายดียิ่งขึ้น
Credit Karma เป็นสตาร์ทอัพสาย FinTech ที่ก่อตั้งในปี 2007 มีจุดเด่นคือให้บริการตรวจสอบคะแนนเครดิตส่วนบุคคลฟรี (Credit Score) ซึ่งเดิมการเข้าถึงข้อมูลนี้มีค่าใช้จ่าย โดยบริษัทมีรายได้จากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมกับข้อมูลเครดิตลูกค้า ปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้รวมกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ จำนวนผู้ใช้มากกว่า 100 ล้านบัญชี ใน 3 ประเทศ อเมริกา, อังกฤษ และแคนาดา
ที่มา: Intuit
|
# Katherine G. Johnson "คอมพิวเตอร์" ผู้คำนวณวงโคจรโครงการ Mecury เสียชีวิตด้วยวัย 101 ปี
Katherine G. Johnson นักคณิตศาสตร์ผู้ร่วมคำนวณวิถีการยิงจรวดในโครงการสำคัญๆ ของนาซ่าหลายโครงการ และทำงานในนาซ่าตั้งแต่ปี 1953 นานถึง 35 ปี ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 101 ปี
การคำนวณวิถีการยิงจรวด, ช่วงเวลาที่ยิง, และวงโคจรในช่วงปี 1950 นั้นยังต้องคำนวณด้วยมือทั้งหมด โดยกลุ่มนักคณิตศาสตร์ที่เรียกว่าผู้คำนวณ หรือคอมพิวเตอร์ ก่อนที่คำว่าคอมพิวเตอร์จะกลายเป็นคำเรียกของเครื่องคำนวณในภายหลัง โดยช่วงปี 1958 เป็นต้นมานาซ่าก็เริ่มใช้คอมพิวเตอร์ดิจิทัลมาคำนวณแทน และ Katherine ก็ผันตัวมาเป็นโปรแกรมเมอร์
Katherine เป็นหนึ่งในสามคนที่มีประวัติอยู่ในหนังสือ Hidden Figures ที่เล่าถึงชีวิตของหญิงแอฟริกัน-อเมริกัน ที่ทำงานในนาซ่าและมีส่วนสำคัญในโครงการต่างๆ แต่กลับถูกกล่าวถึงน้อยมากในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เรื่องราวในหนังสือถูกสร้างเป็นภาพยนตร์เมื่อปี 2016 และค่อนข้างประสบความสำเร็จ
เว็บไซต์นาซ่ามีหน้าประวัติของเธอโดยเฉพาะ
ที่มา - @NASA
|
# อินเทลเปิดตัว Xeon Scalable รุ่นที่ 2 กลุ่มคุ้มราคาเพิ่มเติม เพิ่มคอร์เป็น 28 คอร์
อินเทลเปิดตัวรุ่นย่อยของ Xeon Scalable รุ่นที่สองเพิ่มเติม หลังจากเปิดตัวทั้งชุดเมื่อปีที่แล้ว โดยเพิ่มรุ่นย่อยของตระกูล 6200, 5200, 4200, และ 3200 โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงกลุ่ม Xeon Platinum
รุ่นสูงสุดคือ Xeon Gold 6258R เป็นรุ่น 28 คอร์ จากเดิมที่กลุ่ม Xeon Gold มีคอร์สูงสุด 24 คอร์ และที่น่าสนใจในกลุ่มที่เพิ่มมาคือ Xeon Gold 6256 และ Xeon Gold 6250 ที่ราคาใกล้เคียงกับรุ่นสูงสุด แต่ลดคอร์ลงและเพิ่มสัญญาณนาฬิกา โดย 6250 นั้นมีเพียง 8 คอร์แต่สัญญาณนาฬิกาฐานสูงถึง 3.9GHz และหากใช้ Turbo Boost ก็จะได้สัญญาณนาฬิกาถึง 4.5GHz เหมาะกับงานที่ต้องการความเร็วคอร์เดี่ยวเป็นหลัก เช่นซอฟต์แวร์จำลองทางการเงินหรือฐานข้อมูลบางตัว อย่างไรก็ดี ราคานั้นไม่ต่างจากรุ่น 6258R เท่าไหร่นัก หากไม่ใช่งานเฉพาะทางคงไม่คุ้มค่า
อินเทลระบุว่าจนตอนนี้ Xeon Scalable มียอดขายแล้วกว่า 30 ล้านชุด โดยนิยมใช้ในคลาวด์, อุปกรณ์เน็ตเวิร์ค, ไปจนถึงเซิร์ฟเวอร์ edge
ที่มา - Intel
|
# อินเทลเปิดตัวชิปสำหรับอุปกรณ์เน็ตเวิร์ค เตรียมครองตลาดสถานีฐานมากกว่า 40% ภายในปีหน้า
อินเทลเปิดตัวสินค้าชุดใหม่ที่ตั้งใจจะเปิดตัวในงาน Mobile World Congress แต่งานล่มไปเสียก่อน โดยสินค้าหลักที่เปิดตัวคือ Intel Atom P5900 ซีพียูสำหรับสถานีฐานอุปกรณ์เครือข่าย 5G
อินเทลระบุว่าบริษัทยังชิงส่วนแบ่งตลาดชิปอุปกรณ์เครือข่ายได้ต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีส่วนแบ่งชิปสำหรับสถานีฐาน (base station) สูงกว่า 40% ภายในปี 2021 และ Atom P5900 นี้เองก็มีผู้ผลิตเตรียมออกอุปกรณ์แล้ว ทั้ง Ericsson, Nokia, และ ZTE
ขณะที่ชิปสำหรับอุปกรณ์เครือข่ายวิทยุ (radio access network - RAN) อินเทลเปิดตัว Diamond Mesa ชิปแบบ structured ASIC ที่โปรแกรมได้บางส่วน ตอนนี้เปิดให้ลูกค้าบางรายทดสอบแล้ว
สุดท้ายคือการ์ดเน็ตเวิร์ค Intel Ethernet 700 การ์ดเน็ตเวิร์คสำหรับเครือข่าย 5G ที่เน้นระยะเวลาหน่วง (latency) ต่ำ มีความสามารถซิงก์เวลาผ่าน GPS โดยการ์ดนี้เริ่มส่งมอบตัวอย่างแล้วและจะเดินสายผลิตจริงภายในไตรมาสสองของปีนี้
ที่มา - Intel
|
# Huawei อัพเกรดโน้ตบุ๊ก MateBook X Pro รุ่นปี 2020, Core 10th Gen, เพิ่มสีเขียว
Huawei อัพเกรดโน้ตบุ๊กรุ่นท็อป MateBook X Pro ประจำปี 2020 มีสเปกดังนี้
หน้าจอสัมผัส 13.9" FullView ขอบจอบางกว่าเดิม (สัดส่วนจอ 91%) สัดส่วนจอแบบ 3:2 (3000x2000)
ซีพียูสูงสุด Core i7-10510U พร้อมจีพียู NVIDIA GeForce MX250
แรม 8GB/16GB, สตอเรจ SSD 512GB/1TB NVMe
เพิ่มสีใหม่ เขียว Emerald Green นอกเหนือจากสีเงิน Mystic Silver และเทา Space Grey ของเดิม
ฟีเจอร์ Multi-screen Collaboration ใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน Huawei ดึงข้อมูลข้ามกันได้สะดวก
น้ำหนัก 1.33 กิโลกรัม, แบตเตอรี่ขนาด 56 Wh ใช้ได้นาน 15 ชั่วโมง
ราคาเริ่มต้นที่ 1,499 ยูโร หรือประมาณ 52,000 บาท (Core i5, แรม 16GB, สตอเรจ 512GB, ไม่มีการ์ดจอแยก)
สีเขียวดูกำลังอินเทรนด์ ทำให้สินค้าของ Huawei ช่วงนี้มีรุ่นสีเขียวแทบทุกอย่าง ตั้งแต่มือถือ Mate 30, แท็บเล็ต MatePad Pro และโน้ตบุ๊ก MateBook X Pro
นอกจาก Huawei MateBook X Pro รุ่นปี 2020 แล้ว Huawei ยังประกาศอัพเกรดโน้ตบุ๊กรุ่นรองๆ ลงไปคือ Huawei MateBook 14 และ MateBook 13 เป็นรุ่นปี 2020 ด้วย โดยปรับมาใช้ซีพียู Intel Core 10th Gen นั่นเอง
ที่มา - Huawei
|
# เปิดตัว Huawei MatePad Pro แท็บเล็ตพรีเมียม 10.8" ขอบจอบาง, 5G, ปากกาชาร์จไร้สายได้
สินค้าไลน์ใหม่ที่เปิดตัวในงาน Huawei วันนี้คือ แท็บเล็ตระดับพรีเมียม Huawei MatePad Pro ถือเป็นแบรนด์ใหม่ของ Huawei ที่เดิมทีใช้แบรนด์ MediaPad ทำตลาดมาโดยตลอด
หน้าจอ 10.8" 2560 x 1600 ขอบบาง 4.9 มิลลิเมตร Huawei เรียกว่าเป็นหน้าจอ FullView, มาตรฐานสี DCI-P3 ความสว่าง 540 nit
หน่วยประมวลผลระดับเรือธง Kirin 990, จีพียู Mali-G76
กล้องหลัง 13MP, กล้องหน้า 8MP
ลำโพง 4 ตัว (quad-speaker) จูนเสียงโดย Harman Kardon
แบตเตอรี่ 7250 mAh, รองรับการชาร์จเร็วไร้สาย 15 วัตต์ และชาร์จไร้สายกลับให้อุปกรณ์อื่นได้ 7.5 วัตต์
น้ำหนัก 460 กรัม
ระบบปฏิบัติการ EMUI 10 (Android 10) พร้อมฟีเจอร์ Multi-window ทำงานหลายแอพพร้อมกัน
MatePad Pro ต้องใช้ปากกาตัวใหม่ Huawei M-Pencil ดีไซน์ 6 เหลี่ยม รองรับแรงกด 4096 ระดับ, แปะติดกับเครื่องได้ผ่านแม็เหล็ก และชาร์จไร้สายได้เลย (ชาร์จ 30 วินาที ใช้ได้นาน 10 นาที) ปากกาขายแยกราคา 99 ยูโร หรือแถมมากับรุ่นคอนฟิกสูงๆ บางรุ่นย่อย
อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ Huawei Share Multi-screen เชื่อมการทำงานกับสมาร์ทโฟนของ Huawei สามารถโทรออกรับสาย ส่งข้อความ ดูรูปจากมือถือในหน้าจอแท็บเล็ตได้ง่ายๆ
Huawei MatePad Pro มีทั้งรุ่นปกติที่รองรับ Wi-Fi, 4G และรุ่น 5G ด้วย มีแรมให้เลือก 6GB/8GB, สตอเรจ 128GB/256GB/512GB แล้วแต่รุ่นย่อย
รุ่น Wi-Fi/4G มีให้เลือก 4 สีคือ ขาว เทา ส้ม เขียว ส่วนรุ่น 5G มีสองสีคือส้มกับเขียว
รุ่น Wi-Fi ราคาเริ่มต้นที่ 549 ยูโร หรือประมาณ 19,000 บาท (แรม 6GB+สตอเรจ 128GB) เริ่มวางขายเดือนเมษายน 2020
ที่มา - Huawei MatePad Pro (4G), Huawei MatePad Pro (5G)
|
# Huawei เปิดตัวมือถือจอพับ Mate Xs รุ่นอัพเกรดซีพียูเป็น Kirin 990 อย่างอื่นเหมือนเดิม
Huawei จัดแถลงข่าวออนไลน์เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ชุดใหญ่ (หลังงาน MWC 2020 ล่ม) เริ่มจากมือถือจอพับได้รุ่นใหม่ Mate Xs 5G ที่เคยนำมาโชว์ในจีนเมื่อเดือน ธ.ค. 2019 ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวในระดับนานาชาติ
ดีไซน์ของ Huawei Mate Xs ยังคงเหมือนกับ Mate X รุ่นแรก คือเป็นการพับจอออกด้านนอก (Falcon Wing) หน้าจอที่กางออกมามีขนาด 8" เท่าเดิม สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือหน่วยประมวลผล Kirin 990 ตัวใหม่ล่าสุด ตัวเดียวกับที่ใช้ใน Mate 30 โดยรองรับความถี่ 5G หลากหลายขึ้นกว่าเดิม
กล้องหลังยังเป็นกล้อง 4 ตัวเหมือนของเดิม ได้แก่ กล้องหลัก 40MP, กล้องซูม 8MP, กล้องมุมกว้าง 16MP และ ToF วัดระยะลึก 3D
สเปกอื่นๆ ยังเหมือนของเดิม ทั้งแรม 8GB, สตอเรจ 512GB, แบตเตอรี่ 4,500 mAh รองรับ Fast Charge 55 วัตต์
ระบบปฏิบัติการอัพเกรดเป็น EMUI 10.0.1 ที่เป็น Android 10 มาให้เรียบร้อยแล้ว
ราคาขาย 2,499 ยูโร หรือประมาณ 86,000 บาท
ที่มา - Huawei
|
# Sony Xperia 10 II สมาร์ทโฟนระดับกลางกันน้ำ, ระบบเสียง Hires ไร้สาย, ช่องหูฟัง 3.5 มม.
นอกจากเรือธง Sony Xperia 1 II โซนี่ยังมีสมาร์ทโฟนระดับกลาง Xperia 10 II ที่เป็นรุ่นอัพเกรดจาก Xperia 10 ตามมาอีก 1 รุ่น
จุดเด่นของ Xperia 10 II คือหน้าจอที่ยังค่อนข้างใหญ่ (6 นิ้ว เทียบกับ 6.5 นิ้วของ Xperia 1 II), ใช้ดีไซน์จอกว้าง 21:9 แบบเดียวกับเรือธง, กันน้ำในตัว, มีฟีเจอร์ด้านเสียง Hires Audio ทั้งมีสายและไร้สาย พร้อมช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรสำหรับคนที่ชอบใช้หูฟังแบบดั้งเดิม
สเปกของ Xperia 10 II
หน้าจอขนาด 6.0" OLED สัดส่วน 21:9 (2520x1080) ใช้เทคโนโลยี Triluminos แบบเดียวกับทีวี Bravia
หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665
แรม 4GB, สตอเรจ 128GB + MicroSD สูงสุด 1TB
กล้องหลัง 3 ตัว: ultrawide 8MP 16mm, wide 12MP 26mm, tele 8MP 52mm
กล้องหน้า 8MP
กันน้ำมาตรฐาน IP65/68, กระจก Gorilla Glass 6 เน้นความทนทาน
แบตเตอรี่ 3,600mAh พร้อมระบบชาร์จเร็ว
ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร, รองรับ High-Resolution Audio ทั้งหูฟังแบบมีสายและไร้สาย
ระบบปฏิบัติการ Android 10
มีให้เลือก 2 สีคือขาวกับดำ เริ่มวางขายช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2020
ที่มา - Sony, Sony
|
# โซนีเปิดตัว Xperia 1 II ปรับปรุงกล้องใกล้เคียงกล้อง alpha เพิ่มรูหูฟัง, ชาร์จไร้สาย รองรับ 5G
โซนีเปิดตัว Xperia 1 II (Mk II) รุ่นปรับปรุงจาก Xperia 1 ปีที่แล้ว จุดเด่นหลัก ๆ คือเรื่องกล้องที่ปรับมาใช้เลนส์ที่ได้รับการรับรองจาก Zeiss พร้อมเพิ่มฟีเจอร์เด่น ๆ ในกล้องไลน์ alpha ใส่มาให้
จุดเด่นที่เพิ่มเข้ามาคือเรื่องของการถ่ายรัวในเบิร์สโหมดที่ 20fps, Eye-AF รองรับสัตว์ และการคำนวน AF/AE ที่ 60 ครั้งต่อวินาที โดยโซนีบอกว่าระบบออโต้โฟกัสครอบคลุมพื้นที่ 70% ของกล้อง โหมดวิดีโอรองรับ 4K60fps และ 2K120fps รวมถึงมีแอป Photo Pro ที่มี UI และฟีเจอร์รองรับสำหรับการถ่ายรูประดับโปร ในแง่สเปคกล้อง Xperia 1 II มีกล้องหลัง 4 ตัว เป็นกล้อง 3D ToF และอีก 3 ตัวความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ดังนี้
เลนส์ไวด์ ระยะโฟกัส 24mm f/1.7 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.7″ Dual-PD AF OIS
เลนส์อัลตร้าไวด์ ระยะโฟกัส 16mm f/2.2 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.6" Dual-PD AF
เลนส์เทเล ระยะโฟกัส 70mm f/2.4 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/3.4″ ออพติคัลซูม 3x PDAF OIS
สเปคอื่น ๆ หน้าจอ 6.5 นิ้ว 4K HDR OLED สัดส่วน 21:9 เท่าเดิม ชิปเซ็ต Snapdragon 865 แรม 8GB ความจุ 256GB กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ 4,000mAh รองรับ USB-PD และชาร์จไร้สาย ชิป 5G เป็น Snapdragon X55 รองรับคลื่น sub-6GHz และ mmWave ลำโพงด้านหน้า 2 ตัว, USB-C 3.1, พอร์ทหูฟัง 3.5มม., รองรับ IP65 และ IP68 รัน Android 10 วางจำหน่ายปลายฤดูใบไม้ผลิ ยังไม่ประกาศราคา
นอกจาก Xperia 1 II ทางโซนียังพูดถึง Xperia Pro ที่รูปลักษณ์คล้ายกัน แต่รองรับอินพุต HDMI สำหรับการใช้งานกับกล้องวิดีโอใช้แทน viewfinder
|
# Google Search ในยุโรปเริ่มแสดงตัวเลือกช่องค้นหาเจ้าอื่นนอกเหนือจาก Google ให้ด้วย
Google เริ่มขยับมาตรการอีกระดับพยายามสร้างภาพลักษณ์ลดการผูกขาดบนออนไลน์ เว็บไซต์ Search Engine Land ไปเจอผลการค้นหาบนช่อง Google Search ในบางประเทศของยุโรป พบว่ามีมีการแนะนำช่องทางค้นหาผ่านช่องทางอื่นมาให้ด้วย
รูปตัวอย่างที่เว็บไซต์ต้นทางนำมาให้เห็นคือ เมื่อค้นหาธุรกิจในยุโรป ระบบจะแสดงช่องทางอื่นที่ไม่ใช่ Google เข้ามาให้ด้วย เช่น Yelp โดยผลการแสดงจะอยู่ต้นๆ เลย
ก่อนหน้านี้ สหภาพยุโรปสั่งปรับ Google 168,000 ล้านบาทจากข้อหาผูกขาดทางการค้าผ่าน Android หลังจากนั้น Google ก็ให้ผู้ใช้แอนดรอยด์ในยุโรปเลือกดาวน์โหลดเบราว์เซอร์และช่อง search จากเจ้าอื่นบน Play Store ได้
ที่มา - Engadget
|
# นักพัฒนาซอฟต์แวร์พบช่องโหว่ในระบบ McDonald's สั่งอาหารได้ฟรีทุกครั้ง
นักพัฒนาซอฟต์แวร์จากเยอรมนี ค้นพบช่องโหว่ในระบบไอทีของ McDonald's ประเทศเยอรมนี ทำให้เขาสามารถสั่งอาหารได้ฟรีทุกครั้งไป
ท้ายใบเสร็จของ McDonald's เยอรมนีมีลิงก์ไปยังเว็บเพจที่สอบถามความเห็นของลูกค้า ตอบแล้วจะได้โค้ดไปแลกรับเครื่องดื่มขนาดเล็กได้ฟรี ซึ่ง David Albert นักพัฒนาซอฟต์แวร์ในข่าวค้นพบแพทเทิร์นการออกโค้ดที่ซ้ำเดิมตลอดเวลา ทำให้เขาสามารถออกโค้ดแลกรับเครื่องดื่มได้เอง
นอกจากนี้ David ยังค้นพบวิธีการหลอกให้แอพ McDonald's บนมือถือ เชื่อมต่อกับโปรแกรมของเขาเพื่อหลอกให้แอพจ่ายเงิน (จ่ายปลอมๆ คือ 0 ยูโร) แล้วออกใบแจ้งออเดอร์ไปยังห้องครัวได้ด้วย วิธีการนี้ทำให้เขาสามารถสั่งอาหารได้ฟรีเสมอ
David แจ้งไปยัง McDonald's ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2019 ช่องโหว่นี้ถูกแก้ไขแล้วในเดือนธันวาคม โดย McDonald's จ่ายเงินรางวัลให้ David ด้วย
ที่มา - Vice, Hot for Security
ภาพจาก McDonald's
|
# เจาะลึกโครงการ AIS E-Waste กับภารกิจจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ ทิ้งมือถือเก่าให้ถูกวิธี
มีการอัพเดทข้อมูลตัวเลขขยะอิเล็กทรอนิกส์ช่วงท้ายบทความ
ช่วงปลายปีที่ผ่านมา AIS ผุดโครงการ AIS E-waste ทำจุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์จำพวกมือถือเก่าตาม AIS Shop เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี โครงการนี้ได้รับความสนใจจากสังคมไม่น้อย
Blognone สัมภาษณ์ คุณนัฐิยา พัวพงศกร หัวหน้าแผนกงานพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน AIS ผู้จัดทำโครงการ AIS E-waste เพื่อขยายผลเพิ่มเติมว่า นอกจากทำจุดรับทิ้งแล้ว กระบวนการอื่นนอกเหนือจากนี้คืออะไร ขยะอิเล็กทรอนิกส์ อย่างมือถือ หูฟัง เมื่อทิ้งแล้วมันถูกนำไปที่ไหนต่อ และการกำจัดอย่างถูกวิธี ต้องเป็นอย่างไร
คนเปลี่ยนมือถือกันบ่อยขึ้น ถ้าไม่ส่งเครื่องต่อให้คนอื่นก็อาจไปลงเอยในถังขยะ
คุณนัฐิยา บอกว่า ในฐานะที่ AIS เป็นคนขายมือถือ มองเห็นพฤติกรรมว่าคนยุคนี้เปลี่ยนมือถือกันบ่อยขึ้น บางคนเปลี่ยนทุกปีด้วยซ้ำ อาจเป็นเพราะรู้สึกว่าเครื่องเดิมการทำงานเริ่มช้าลง อยากได้เครื่องใหม่เพราะมีฟีเจอร์และเทคโนโลยีดีกว่า กล้องสวยกว่า
คำถามคือมือถือเครื่องเดิมไปอยู่ที่ไหน
"หากสภาพเครื่องยังส่งต่อได้ ผู้ใช้งานก็อาจส่งเครื่องต่อให้คนในครอบครัว หรือถ้าเอาไปขายก็ยังมีตลาดมือสองรองรับ แต่ถ้าตัวเครื่องผ่านการใช้งาน 4-5 ปีขึ้นไป มีโอกาสที่มือถือเครื่องนั้นไม่สามารถใช้งานต่อได้ ผู้ใช้งานไม่รู้จะเอาทิ้งที่ไหน หลายคนอาจเก็บไว้ในลิ้นชัก หรือบางคนทิ้งไปเลยกับขยะมูลฝอยทั่วไป ซึ่งอันตรายมาก" คุณนัฐิยา กล่าว
AIS รับทิ้งอะไรบ้าง
นิยามซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ WEEE (Waste from Electrical and Electronic Equipments) ตามที่ The European WEEE Directive หรือระเบียบของ EU ว่าด้วยเรื่องขยะอิเล็กทรอนิกส์ ระบุไว้ว่า มี 10 ประเภทคือ
เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในครัวเรือนขนาดใหญ่ (รวมถึงเครื่องทำความเย็นและเครื่องแช่แข็ง)
เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในครัวเรือนขนาดเล็ก
อุปกรณ์ IT (รวมจอภาพด้วย)
เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค (รวมทีวีด้วย)
โคมไฟและอุปกรณ์ให้แสงสว่าง
อุปกรณ์เครื่องมือการแพทย์
เครื่องมือวัดหรือควบคุมต่างๆ
ของเล่น
เครื่องมือไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ
แต่ขยะที่ AIS รับทิ้งจะจำกัดแค่มือถือ หูฟัง สายชาร์จ พาวเวอร์แบงค์ แบตเตอรี่ เท่านั้น ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์มือถือ เป็นธุรกิจของ AIS และเป็นผู้ขายสินค้าเหล่านี้ให้ผู้บริโภคโดยตรง จึงต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อสังคมด้วย
คนทั่วไปสามารถหาจุดรับทิ้งได้ตาม ร้านค้า Telewiz และ AIS Shop เป็นกล่องเล็กๆ มีช่องให้หยอดขยะเหล่านี้ลงไปทิ้งได้ แล้ว AIS จะรับไปกำจัดต่อให้อย่างถูกวิธี
ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษระบุว่า ถ้าทิ้งซากมือถือ, แบตเตอรี่ปนไปกับขยะมูลฝอย ส่วนเปลือกที่ห่อหุ้มของเครื่องโทรศัพท์และแบตเตอรี่จะเสื่อมสภาพหรือผุกร่อน สารเคมีที่เสื่อมสภาพภายในจะไหลออกมาสู่สิ่งแวดล้อม สารพิษนี้ก็จะเข้าสู่ระบบนิเวศน์และระบบห่วงโซ่อาหาร ผ่านทางดิน น้ำ และอากาศ ไม่ว่าจะเป็น ตะกั่ว แคดเมียม สารทนไฟ เบริลเลียมที่ใช้ในสปริงและตัวเชื่อม นิกเกิล ซึ่งเป็นองค์ประกอบของแบตเตอรี่ และเป็นสารก่อมะเร็งแทบทั้งสิ้น
ไทยมีโรงงานกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์น้อย ต้องส่งไปกำจัดอย่างไม่กระทบสิ่งแวดล้อมที่สิงคโปร์
คุณนัฐิยาบอกว่า จริงๆ แล้ว ในไทยมีชุมชนคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ 100 กว่าชุมชนใน 17 จังหวัด ในกรุงเทพเองก็มีอยู่แถวจตุจักร ในภาคอีสานก็มีอยู่หลายที่เหมือนกัน
แต่ในกระบวนการคัดแยกมันเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เคยมีการสำรวจสุขภาพของคนในชุมชนคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ พบว่า ในเลือดมีสารปนเปื้อนตะกั่วในปริมาณสูง เนื่องจากในกระบวนการคัดแยกมันต้องแงะ แกะ ทั้งหมด เอาส่วนเฉพาะที่จะขายได้ออกไป ส่วนที่ขายไม่ได้ก็เอาไปทำลาย ในวิธีที่ทั้งถูกต้องและไม่ถูกต้อง
คุณนัฐิยาบอกว่า กระบวนการนี้ก็ยากเหมือนกัน เพราะในประเทศไทยมีโรงงานที่สามารถคัดแยก และกำจัดอย่างถูกวิธีและเป็น zero landfill น้อย ทาง AIS ต้องไปหาดีลกับพันธมิตรโรงงานหนึ่งที่สามารถการันตีได้ว่า มีกระบวนการคัดแยะขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี คือโรงงานในเครือบริษัท โทเทิล เอนไวโรเมนทอล โซลูชั่นส์ (TES)
กระบวนการคัดแยกของโรงงานคือ
คัดแยกส่วนประกอบต่างๆ ของโทรศัพท์มือถือออกจากกัน ได้วัสดุ เช่น พลาสติก Housing + Keypads, PCB Board, li-ion Battery เหล็ก อะลูมิเนียม และ ทองแดง
ส่งวัสดุหลักพวกเหล็ก พลาสติก และอะลูมิเนียม เข้าสู่โรงหล่อเพื่อเริ่มกระบวนการรีไซเคิล ขั้นตอนนี้สามารถทำที่เมืองไทยได้
แต่วัสดุอื่น เช่น PCB Board และ li-ion Battery จะต้องเข้าโรงหล่อที่ TES สิงคโปร์เพื่อสกัดโลหะมีค่าจากวัสดุนั้นๆ
ตัว PBC Board สามารถสกัดออกมาเป็น ทอง เงิน และพัลลาเดียม ทาง TES จะขายคืนกับให้ผู้ผลิตเพื่อผลิตเป็นสินค้าใหม่ต่อไป ส่วนทองและเงิน ยังสามารถขายร้านจิลเวลรี่เพราะเป็นทอง 99.99% เพื่อนำไปทำเป็นทองแท่ง ทองรูปพรรณ หรือเครื่องประดับต่างๆ
แบตเตอรี่ li-ion สกัดออกมาเป็นโคบอลต์และลิเทียมได้ สามารถขายกลับไปให้ผู้ผลิตเพื่อเป็นส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ต่อไปได้ หรือขายให้กับผู้ประกอบการที่ประกอบอุตสาหกรรมประเภทยา เซรามิก หรือแก้วก็ได้เช่นกัน
ยอดฝากทิ้งมือถือเกิน 1 พันเครื่อง แต่ต้องประชาสัมพันธ์เพิ่มอีก
หลังจาก AIS E-waste เปิดบริการมาระยะหนึ่ง ตัวเลขขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2019 - มกราคม 2020 พบว่ามือถือมีเกิน 1,200 เครื่องแล้ว
ตัวเลขจาก AIS
คุณนัฐิยา พูดถึงเป้าหมายของโครงการ AIS E-Waste ว่า ต้องการร่วมมือกับพันธมิตรมากขึ้นเรื่อยๆ และหลากหลาย เพื่อให้แน่ใจได้ว่าจุดรับจากประชาชนจะมีสูงขึ้น เพราะลำพัง AIS ทำคนเดียวไม่เพียงพอ
และต้องทำควบคู่ไปกับการทำประชาสัมพันธ์ให้คนรับรู้ ถือเป็นส่วนสำคัญที่สุด เมื่อคนรับรู้ถึงอันตรายของขยะอิเล็กทรอนิกส์ว่ามันสามารถกลับคืนมาสู่เราผ่านอาหาร น้ำได้ พวกเขาจะรู้สึกอยากนำมาทิ้งให้ถูกวิธี
|
# รีวิวกล้อง Galaxy S20 Ultra กับเลนส์ซูม 100 เท่า ทำได้ดีแค่ไหนในการใช้งานจริง
มือถือซีรีส์ Galaxy S20 ของซัมซุงที่เพิ่งเปิดตัวไป ไฮไลท์สำคัญหนีไม่พ้นเรื่อง "กล้อง" โดยเฉพาะตัว Galaxy S20 Ultra ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Space Zoom 100x ซูมได้ 100 เท่า
Blognone ได้ Galaxy S20 ทั้งสามรุ่นย่อยมาทดสอบประมาณหนึ่งสัปดาห์ และพบว่ามีประเด็นเรื่องกล้องของ S20 ให้เขียนถึงหลายเรื่อง เพื่อไม่ให้บทความรีวิวยาวจนเกินไป บทความนี้จะขอพูดเฉพาะเรื่องกล้องของ Galaxy S20 Ultra และเน้นที่เรื่องการซูมเพียงอย่างเดียว
รู้จักฮาร์ดแวร์กล้องซูมของ Galaxy S20 Ultra
ต้องบอกว่าปี 2019 ซัมซุงตามหลังคู่แข่งโดยเฉพาะ Huawei P30 เรื่องกล้องซูมมาตลอดทั้งปี ถึงแม้อัลกอริทึมอาจช่วยพยุงกล้องของ Galaxy S10/Note 10 ได้พอสมควร แต่สุดท้ายก็ยังติดข้อจำกัดเรื่องฮาร์ดแวร์ (ทั้งเซ็นเซอร์-เลนส์)
พอถึงปี 2020 ซัมซุงสามารถ "ปลดล็อค" ข้อจำกัดนี้ได้สำเร็จใน Galaxy S20 Ultra ที่อัพเกรดทั้งเซ็นเซอร์และเลนส์ซูมพร้อมกันรวดเดียวเลย
กล้องหลัก (wide angle camera) เปลี่ยนมาใช้เซ็นเซอร์ตัวใหม่ ISOCELL HMX 108MP
กล้องซูม (telephoto camera)
เปลี่ยนมาใช้เซ็นเซอร์ขนาด 48MP ที่สามารถใช้เทคนิครวมแสงจาก 4 พิกเซล (tetra-binding) เป็นภาพ 12MP ได้ (ขึ้นกับสภาพแสงว่าจะถ่าย 48MP หรือ 12MP)
ใช้เลนส์พับ (folded lens) ที่ใช้การสะท้อนกระจก เพื่อวางเลนส์ซูมไว้ด้านข้าง 90 องศา เพื่อให้มีระยะเลนส์ยาวพอที่จะซูมได้เยอะขึ้น (ดูภาพประกอบ)
เทคนิคการใช้เลนส์แบบ folded lens ไม่ใช่เรื่องใหม่ และคู่แข่งอย่าง Huawei กับ Oppo ก็ทำมาก่อนแล้ว จุดที่ทำให้ Galaxy S20 ต่างออกไปคือการมีภาพความละเอียดสูงขนาด 108MP มาช่วยประมวลผลตอนซูมด้วย (ของ Huawei คือ 40MP, ของ Oppo คือ 48MP)
การเพิ่มเลนส์ folded เข้ามาทำให้โมดูลของของ Galaxy S20 Ultra ใหญ่ขึ้นมาก ถ้าใช้คำแบบบ้านๆ ก็คือเลนส์ปูดขึ้นมาอย่างชัดเจน ปูดมาก ใหญ่มากๆ เพราะต้องมีพื้นที่ให้วางกระจกเลนส์ (ถึงแม้วางในแนวขวางก็ยังต้องใช้พื้นที่เยอะ) นั่นเอง
ยิ่งถ้าวางเทียบกับ Galaxy S20/S20+ (ที่ใช้ระบบกล้องตัวเดียวกัน) จะยิ่งเห็นความแตกต่างของ S20 Ultra คือมันปูดจนถึงระดับว่าไม่สามารถวางเครื่องไว้บนโต๊ะโดยไม่กระดกได้เลย ต้องวางคว่ำหน้าหรือใส่เคสเท่านั้น
การซูม 3 ระดับ ที่ใช้เทคนิคต่างกัน
ถ้าสังเกตข้อความที่ซัมซุงใช้โปรโมท Galaxy S20 จะไม่เห็นซัมซุงใช้คำว่า "optical zoom" ตรงๆ แม้แต่ครั้งเดียว แต่จะใช้คำว่า "Hybrid Optical Zoom" แทนเสมอ (S20/S20+ มีตัวเลข Hybrid Optical Zoom ที่ 3x ส่วนรุ่น S20 Ultra ตัวเลขนี้เป็น 10x)
แม้แต่ด้านหลังของกล้อง S20 Ultra ก็จะมีคำว่า Hybrid Optical Zoom 10x แปะเอาไว้อยู่ด้วยเช่นกัน ทำไมซัมซุงถึงเลือกใช้คำนี้
เหตุผลก็คือมันไม่ใช่ optical zoom แท้ๆ 100% นั่นเองครับ เลยต้องมีคำว่า hybrid แปะมาด้วย
ตัวเลนส์ซูมของ Galaxy S20 Ultra มีค่าการซูม (optical zoom) อยู่ที่ 4x เท่านั้น แต่ด้วยเทคนิคการผสานรูปจากเซ็นเซอร์หลายตัวเข้าด้วยกัน (ถ้าเรียกเท่ๆ ตามสมัยนิยมคือ computational photography) ทำให้สามารถซูมภาพได้เป็น 10x โดยที่ซัมซุงบอกว่าภาพไม่แตก (loseless zoom)
จากนั้นเมื่อจะขยายการซูมเป็น 100x ตามโฆษณา Space Zoom ซัมซุงใช้เทคนิคการขยายภาพธรรมดา (digital zoom) ซึ่งภาพแตกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้น การเข้าใจความสามารถ (และข้อจำกัด) ของกล้องซูม Galaxy S20 Ultra จึงต้องเข้าใจก่อนว่ามีการซูมเข้า 3 ระดับ ที่ใช้เทคนิคแตกต่างกัน
1x-4x ใช้การซูมเลนส์ (optical zoom)
4x-10x ใช้เทคนิคประมวลผล Hybrid Optical Zoom
10x-100X เป็นการขยายภาพ (digital zoom)
ในหน้า UI ของแอพ Camera เราจะเห็นปุ่มต้นไม้แสดงการซูม 3 ระดับ ได้แก่ 0.5x (ultrawide) 1x (wide) และซูม 5x (tele) UI ตรงนี้เหมือนกับใน S10/Note 10
สิ่งที่เพิ่มมาคือ ตอนที่กดซูมมากกว่า 1 เท่า จะเห็นปุ่มเลือกระดับการซูมเพิ่มเข้ามาที่ขอบด้านซ้าย ซึ่งกรณีของ S20 Ultra คือซูมได้สูงสุดที่ 100x (ถ้าเป็น S20/S20+ จะสูงสุดที่ 30x)
หมายเหตุ: ตรงนี้ยังเป็นข้อสังเกตอยู่เหมือนกันว่า ตกลงแล้ว S20 Ultra ซูมแบบ optical ได้ที่ 4x หรือ 5x กันแน่ เพราะใน UI ค่าดีฟอลต์การซูมเป็น 5x แต่ผมไม่สามารถหาบทความอ้างอิงอื่นนอกจากของ The Verge ที่บอกว่าเป็น 4x ดังนั้นขอยึดตามนี้ไปก่อนนะครับ
มาถึงตรงนี้เราคงพอคาดเดากันได้ว่าการซูมที่ระดับ 1x-4x ภาพไม่แตกแน่ๆ ส่วนการซูมที่ 10x-100x ภาพแตกแน่ๆ จุดที่น่าสนใจคือตรงกลางที่เป็น Hybrid Optical Zoom จะได้ผลเป็นอย่างไร ลองดูของจริงกันดีกว่าครับ
ลิงก์อ้างอิงเรื่องเทคนิคการซูม: Samsung, The Verge
ภาพตัวอย่างจาก Galaxy S20 Ultra
การถ่ายภาพทั้งหมดตั้งค่าเป็น 4:3 เพื่อให้ได้ความละเอียดแบบ native ของเซ็นเซอร์ (ไม่ต้อง crop ภาพออก) และปิดฟีเจอร์ scene optimizer ของแอพกล้องด้วย รูปทั้งหมดมีไฟล์ขนาดเต็มที่ดูได้จาก Flickr ในลิงก์ของแต่ละรูป
ภาพแรกผมลองถ่ายตึกช้าง จากอาคารจอดแล้วจรของ MRT โดยกำหนดโจทย์ที่ "ตา" ของตึกช้าง
ซูม 1x
ซูม 5x จะเห็นว่ายังมีความคมชัดอยู่
ซูม 10x สุดเขตความสามารถของ Hybrid Optical Zoom
ในการใช้งานจริง พอซูมถึงระดับ 10x ภาพจะเริ่มสั่นแล้ว ต้องวางกล้องกับขอบกำแพงหรือมีขาตั้งกล้องช่วย จึงสามารถถ่ายภาพได้คมชัด
ซูม 100x ตามชื่อแบรนด์ Space Zoom เป็นการคร็อปภาพจากภาพที่ซูมระดับ 10x เท่านั้น ภาพที่ได้ไม่คมชัดเแล้ว
ภาพชุดที่สอง ถ่ายจากตึกจัตรุจัสจามจุรี ไปยังตึก CAT บางรัก โดยกำหนดโจทย์ที่ป้ายโลโก้ของ CAT บนยอดตึก
ซูม 0.5x เลนส์ ultrawide เพื่อเทียบระยะการซูมให้เห็น
ซูม 1x มาตรฐาน
ซูม 5x เห็นอาคาร CAT ชัดเจน
ซูม 10x สุดขอบของ Hybrid Optical Zoom ยังได้ภาพที่ค่อนข้างดีอยู่ (ไม่ได้ใช้ขาตั้ง)
ซูม 30x ระดับรองสุดท้ายของ Space Zoom
ซูม 100x ขั้นสุดท้ายของ Space Zoom
สรุป: ซูม 100x ใช้ไม่ได้จริง แต่ 10x ก็น่าประทับใจมากแล้ว
จากการทดสอบกล้องซูมของ Galaxy S20 Ultra พบว่าการซูมระดับ 100x Space Zoom ใช้งานจริงได้ยาก เพราะภาพจะสั่นมากๆ หากไม่มีตัวช่วยที่ทำให้กล้องนิ่ง อีกทั้งคุณภาพของภาพก็ไม่ได้ดี (ตามความคาดหมายตั้งแต่แรก) ตรงนี้เป็นกิมมิคของซัมซุงที่อัดเข้ามาดันตัวเลขซูมสูงสุดเป็น 100 เท่า ดูเหนือกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม การซูมด้วย Hybrid Digital Zoom ถือว่าทำได้ค่อนข้างน่าพอใจมากแล้ว สำหรับกล้องมือถือเครื่องขนาดนี้ ในชีวิตจริง เราน่าจะใช้การซูมที่ระดับไม่เกิน 10x ถ่ายสิ่งต่างๆ เช่น ถ่ายสไลด์บนจอ ถ่ายคอนเสิร์ต ได้ค่อนข้างครบถ้วน
เมื่อบวกกับเลนส์มุมกว้าง ultrawide ทำให้เรามีระยะการซูมโดยรวมที่ 20 เท่า (จาก 0.5x ไปจนถึง 10x) ถือว่ายืดหยุ่นหลากหลายต่อทุกสถานการณ์แล้ว
กล้องของ Galaxy S20 Ultra ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ อย่างการถ่ายภาพความละเอียดสูง 108MP เพื่อคร็อปทีหลังแล้วภาพไม่แตก, การถ่ายวิดีโอระดับ 8K, ฟีเจอร์ถ่ายภาพและวิดีโอพร้อมกัน (single take) และการถ่ายในที่มืดที่พัฒนาขึ้น ซึ่งจะกล่าวถึงในบทความถัดไป
|
# บริษัทในตลาดหุ้นไทยถูกแฮกผ่านทางอีเมล คนร้ายได้เงินกว่า 700 ล้านบาท
บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น SPRC ในตลาดหลักทรัพย์แจ้งข่าวถูกแฮกผ่านทางอีเมล เป็นมูลค่า 22.4 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 710 ล้านบาท
รายงานของบริษัทระบุว่าไม่มีพนักงานของบริษัทมีส่วนเกี่ยวข้อง และกำลังสืบสวนสาเหตุกับผู้เชี่ยวชาญ
ข้อมูลที่แจ้งมาไม่ชัดเจนนักว่าเป็นการโจมตีทางใด แต่ความเป็นไปได้คือบริษัทถูกอีเมลหลอกแบบ spear phishing เพื่อหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีปลายทางของคนร้าย โดย spear phishing เป็นการส่งอีเมลหลอกลวงที่ซับซ้อนกว่า phishing ตามปกติ เช่น ปลอมตัวเป็นผู้ส่งที่เป็นลูกค้าหรือซัพพลายเออร์ของบริษัทที่มีอยู่จริง บางครั้งเนื้อหาในอีเมลพูดถึงธุรกรรมที่ถูกต้อง เช่น พูดถึงการจ่ายเงินสินค้ารอบล่าสุดที่ยอดเงินตรงตามข้อมูลการสั่งซื้อ แต่อาศัยการปลอมแปลงอย่างเลขบัญชีปลายทาง ทำให้เหยื่อไม่ทันระวังและโอนเงินไปยังบัญชีของคนร้าย แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้อื่น เช่น การส่งอีเมลวางมัลแวร์ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของพนักงาน
บริษัทระบุว่าความเสียหายจากเหตุการณ์นี้ถูกยับยั้งแล้ว ซึ่งไม่ชัดเจนนักว่าแปลว่าอะไร เพราะบริษัทระบุอีกย่อหน้าว่ากำลังประสานงานหาทางนำเงินคืนมา
ที่มา - SETTRADE: SPRC
|
# ยังไม่ยอมตาย ซีอีโอ HTC เผยเตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟน 5G ภายในปีนี้
Yves Maitre ซีอีโอคนล่าสุดของ HTC เคยออกมาแย้ม ๆ เมื่อปีที่แล้วว่ายังไม่ทิ้งธุรกิจสมาร์ทโฟน ล่าสุดเจ้าตัวก็ให้สัมภาษณ์กับสื่อในจีนว่า จะเปิดตัวสมาร์ทโฟน 5G ในภายปีนี้
Maitre ยังไม่ได้เผยรายละเอียดอื่น ๆ ออกมา แต่คาดว่าการออกสมาร์ทโฟน 5G เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันอีโคซิสเต็ม 5G ของ HTC ที่มี XR (VR + AR) เป็นพระเอกหลัก
สมาร์ทโฟนไฮเอนด์รุ่นล่าสุดที่ HTC เคยออกคือ HTC U12+ ในปี 2018
ที่มา - XDA
|
# Twitter ระงับบัญชี 70 รายที่โปรโมท Michael Bloomberg ผู้สมัครชิง ปธน. สหรัฐฯ เพราะเป็นสแปม
Twitter มีนโยบายแบนบัญชีที่มีลักษณะเป็นสแปมอยู่แล้ว ล่าสุด ได้เริ่มระงับ 70 บัญชีที่แพร่คอนเทนต์สนับสนุน Michael Bloomberg เจ้าของสำนักข่าว Bloomberg หนึ่งในตัวแทนผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ 2020 จากพรรคเดโมแครต โดย Twitter ระบุว่าทั้ง 70 บัญชีมีพฤติกรรมสแปม
พฤติกรรมของบัญชี Twiiter ดังกล่าวคือ เผยแพร่ข้อความเดียวกันคือ A President Is Born: Barbra Streisand sings Mike’s praises. Check out her tweet. และแนบลิงค์ให้คนคลิกเข้าไปดูต่อ LA Times ตรวจสอบบัญชีเหล่านั้นพบว่ามีหลายบัญชีที่เพิ่งสร้างขึ้นมาไม่นานเกิน 2 เดือน
แคมเปญหาเสียงของ Michael Bloomberg มีการจ้างคนเพื่อทำหน้าที่แพร่กระจายคอนเทนต์โปรโมทตัว Bloomberg อยู่แล้วโดยใช้แอพที่ชื่อว่า Outvote ให้ผู้ใช้ส่งข้อความที่เขียนล่วงหน้าโพสต์สื่อแคมเปญไปยังโซเชียลมีเดีย แต่ลักษณะของการกระจายคอนเทนต์ที่เหมือนกันจากหลายบัญชีทำให้ Twitter มองว่าเป็นปัญหาและผิดกฏสแปมบนแพลตฟอร์ม
ที่มา - Gizmodo
|
# Baldur's Gate 3 จะเปิดให้เล่นบน Steam Early Access ภายในปี 2020
เมื่อกลางปีที่แล้วเราเห็นข่าว Baldur's Gate III เปิดตัว ซึ่งทำให้แฟนๆ รุ่นเก่าตื่นเต้น เพราะทิ้งช่วงห่างจากภาค 2 นานถึง 19 ปี
ตอนแรกเกมมีกำหนดออกในปี 2019 แต่ก็เงียบหายไปเกือบปี ความเคลื่อนไหวล่าสุดมาจากบริษัทของเล่น Hasbro ที่เป็นเจ้าของสิทธิจักรวาล Dungeons & Dragons ทั้งหมด (มาจากการซื้อ Wizards of the Coast ตั้งแต่ปี 1999) เปิดเผยว่าจะออกเกม Baldur's Gate III ภายในปี 2020 นี้ โดยจะเปิดให้เล่นก่อนบน Steam Early Access (หน้าเว็บบน Steam)
ผู้พัฒนาเกม Baldur's Gate III คือ Larian Studios จากเบลเยียม เจ้าของผลงานเกม RPG ซีรีส์ Divinity ซึ่งภาคล่าสุดคือ Divinity: Original Sins II ก็ได้รับคะแนนวิจารณ์ในระดับสูงมาก (คะแนนเฉลี่ย 93/100) น่าจะไว้ใจได้ในเรื่องคุณภาพ
Larian Studios จะเผยเทรลเลอร์ล่าสุดของ Baldur's Gate III ในงาน PAX East ช่วงปลายสัปดาห์นี้
Hasbro มีเกมในจักรวาล Dungeons & Dragons อยู่ระหว่างการพัฒนาทั้งหมด 7 เกม อีกหนึ่งเกมที่จะออกในปี 2020 คือ Dungeons & Dragons: Dark Alliance ซึ่งเป็นเกม RPG แนว co-op เล่นพร้อมกันได้ 4 คน ส่วนเกมอื่นๆ จะทยอยออกปีละ 1 เกมไปจนถึงปี 2025
ที่มา - DSOGaming, Engadget
|
# Canalys ประเมินตลาดพีซีปี 2020 หดตัวจากปัญหาไวรัส ทำให้โรงงานปิด, คนจีนซื้อน้อยลง
บริษัทวิจัยตลาด Canalys ประเมินยอดขายพีซีรวมตลอดปี 2020 ว่าลดลงแน่ๆ จากปี 2019 ขึ้นกับว่าจะลดลงมาก (-8.5%) หรือลดลงน้อย (-3.4%) เท่านั้น
Canalys มองว่าปัจจัยเรื่องไวรัส COVID-19 ส่งผลกระทบต่อสายการผลิตพีซี (ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในจีน) เข้าเต็มๆ ขึ้นกับว่าสายการผลิตจะสามารถกลับมาเดินหน้าได้ตามปกติในเดือนเมษายน (best-case scenario) หรือหลังเดือนมิถุนายนไป (worst-case scenario) ซึ่งตอนนี้ Canalys ยังให้โอกาสที่จะเกิด best-case ที่ราว 80% อยู่
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเรื่องไวรัสไม่ได้ส่งผลต่อการผลิตอย่างเดียว แต่จะส่งผลให้ประเทศจีนสั่งซื้อพีซีน้อยลงเองด้วย ซึ่ง Canalys ประเมินว่าจะน้อยลงจากปี 2019 ที่ราว 3.8-12.2% ขึ้นกับสถานการณ์ ส่วนความต้องการพีซีของประเทศอื่นๆ ยังไม่ได้รับผลกระทบจากไวรัสมากนัก แต่จะมีปัญหาซื้อไม่ได้เพราะชิ้นส่วนขาดแคลนแทน
ที่มา - Canalys
|
# ซัมซุงปิดโรงงานสมาร์ทโฟนในเกาหลีใต้ชั่วคราว หลังพบพนักงานติดไวรัส COVID-19
เหตุโคโรนาไวรัส COVID-19 ระบาดในประเทศเกาหลีใต้ ส่งผลให้ซัมซุงต้องปิดโรงงานผลิตสมาร์ทโฟนที่เมือง Gumi ชั่วคราว หลังพบว่ามีพนักงานรายหนึ่งติดเชื้อไวรัส
โรงงานแห่งนี้ใช้ผลิตสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมของซัมซุง เช่น Galaxy Fold หรือ Galaxy Z Flip ในขณะที่สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ของซัมซุงผลิตที่เวียดนาม
ซัมซุงสั่งปิดโรงงานจนถึงวันจันทร์นี้ (24 ก.พ.) เพื่อไม่ให้ไวรัสระบาดไปยังพนักงานคนอื่นๆ และยังจำกัดไม่ให้เข้าชั้นที่พนักงานคนนี้ทำงานไปจนถึงวันอังคาร (25 ก.พ.)
ที่มา - SamMobile
|
# VS Code ออกเวอร์ชัน 1.42 ช่วยพรีวิวผลการ refactor ชื่อในโค้ด
ไมโครซอฟท์ออกอัพเดตเวอร์ชัน 1.42 ให้กับ Visual Studio Code โดยได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่และการปรับปรุงหลายอย่าง
ฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจ คือตัวช่วยพรีวิวผลการ refactor ชื่อที่ใช้ภายในโค้ด (ยกตัวอย่างเช่นชื่อคลาส หรือชื่อตัวแปร) ใช้งานได้ผ่านการกดคีย์ Shift + Enter ขณะเปลี่ยนแปลงชื่อ (คลาส/ตัวแปร) เพื่อสั่งให้ VS Code เปิดพาเนล Refactor Preview ซึ่งจะแสดงรายการของโค้ดที่จะได้รับการ refactor ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนชื่อที่กำลังดำเนินการ
โดยผู้ใช้จะสามารถคลิกเลือกที่แต่ละรายการเพื่อเปิด diff editor ขึ้นมาเปรียบเทียบโค้ดก่อนและหลังการ refactor ก่อนตัดสินใจยืนยันหรือเรียกคืนการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ต้องการ ผ่านการติ๊ก checkbox ข้างหน้าแต่ละรายการ
ทั้งหมดนี้ทำให้การตรวจสอบโค้ดที่ได้รับผลกระทบจากการ refactor ชื่อทำได้ง่ายและสะดวกขึ้นมาก
ส่วนการปรับปรุงอื่นๆ ที่ไมโครซอฟท์ยกให้เป็นไฮไลท์ของอัพเดตมีดังนี้
เพิ่มกลุ่มการตั้งค่า workbench.editor.limit ใช้กำหนดจำนวน editor สูงสุดที่เปิดใช้งานพร้อมๆ กัน หากเปิดฟีเจอร์นี้ editor แท็บที่เก่าสุด (ซึ่งไม่มีการแก้ไขโค้ดที่ยังไม่ได้บันทึก) จะถูกปิดอัตโนมัติ
เพิ่มทางเลือกให้สามารถย้ายตำแหน่งพาเนล Output, Debug Console, Terminal และ Problems ไปยังด้านซ้ายของหน้าต่าง editor ปรับปรุงจากเดิมที่สลับตำแหน่งได้เพียงแค่ด้านล่างและทางขวาเท่านั้น เรียกใช้งานได้ด้วยการพิมพ์คำสั่ง View: Move Panel (Left, Right, To Bottom) ลงใน command palette
เพิ่มการไฮไลท์โค้ดที่ถูกซ่อนด้วย code folding
ปรับปรุง Debug Console ให้อินพุทได้รับการไฮไลท์สี, ช่วยจัดย่อหน้า/ปิดเครื่องหมายปีกกา ตาม syntax ของโค้ด และยังช่วยแสดงประวัติอินพุทที่เคยใช้งานในกล่องช่วยเติมโค้ด (IntelliSense) ให้อีกด้วย
เพิ่มการกำหนด task (ไฟล์ tasks.json) ในการตั้งค่าระดับ User Settings ทำให้สามารถนำสคริปต์ที่ใช้งานบ่อย (ยกตัวอย่างเช่น build script) มาใช้สั่งรันได้หลายโปรเจ็กต์ แทนที่จะถูกจำกัดไว้ในระดับ Workspace ซึ่งสามารถใช้งานได้เพียงโปรเจ็กต์เดียวอย่างแต่ก่อน
ปรับปรุงส่วนขยาย Java ให้รองรับการดีบักด้วย Data Breakpoints (หยุดโปรแกรม เมื่อค่าของตัวแปรที่ติดตามถูกเปลี่ยนไปจากค่าเดิม), เพิ่มความสามารถในการเรียกดู Call Hierarchy หรือลำดับชั้นของการใช้งานฟังก์ชั่นภายในโค้ด
ปรับปรุงมุมมองจัดการ Forwarded Ports สำหรับการเชื่อมต่อกับ SSH, Container บนส่วนขยาย Remote Development
เพิ่มคู่มือสอนการใช้งาน Container บน VS Code
ที่มา - Visual Studio Code
|
# กูเกิลอธิบายสาเหตุที่ติดตั้ง GMS บนฮาร์ดแวร์ Huawei ไม่ได้, แนะนำไม่ควร Sideload
กูเกิลเงียบมานานเรื่อง Google Mobile Services (GMS) บนอุปกรณ์ Huawei แต่ล่าสุดกูเกิลเพิ่งออกมาอธิบายเรื่องนี้แบบจริงๆ จังๆ ในโพสต์บนเว็บ Android Support (ถือเป็นการอธิบายที่ยาวและละเอียดที่สุดที่กูเกิลเคยทำมา)
สาเหตุที่กูเกิลถอด GMS ออกจากอุปกรณ์ Huawei เป็นเรื่องที่รู้กันอยู่แล้วคือ รัฐบาลสหรัฐออกคำสั่งไม่ให้บริษัทสหรัฐทำธุรกิจกับ Huawei หลังวันที่ 16 พฤษภาคม 2019 ทำให้แอพและบริการของกูเกิลไม่สามารถพรีโหลดบนฮาร์ดแวร์ Huawei ได้
กูเกิลให้เหตุผลเรื่องความปลอดภัย ว่าอุปกรณ์ที่ติดตั้ง Google Play Store และแอพของกูเกิล จำเป็นต้องผ่านการทดสอบความปลอดภัย (Play Protect Certified Devices) เมื่ออุปกรณ์ของ Huawei ไม่สามารถเข้ากระบวนการนี้ได้ จึงไม่สามารถติดตั้งแอพของกูเกิลได้นั่นเอง
ส่วนประเด็นเรื่องการติดตั้งแอพเอง (sideload) นั้นกูเกิลบอกว่าไม่แนะนำ เพราะมีความเสี่ยงสูงเรื่องความปลอดภัย ที่แอพอาจโดนยัดไส้มาระหว่างทางได้
ที่มา - Google, 9to5google
|
# Hot Wheels จับมือ Tesla เปิดตัวรถกระบะของเล่น RC Cybertruck
Hot Wheels เปิดตัวรถของเล่นรุ่นใหม่ โดยเป็นความร่วมมือกับ Cybertruck รถกระบะไฟฟ้าดีไซน์ล้ำยุคของ Tesla ที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่แล้ว
รถกระบะ RC Cybertruck มีจำหน่ายใน 2 ขนาด คือสเกล 1:64 ราคา 20 ดอลลาร์ มีคุณสมบัติที่เหมือนรถ RC ของ Hot Wheels และสเกล 1:10 ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ราคา 400 ดอลลาร์ (ขายจำนวนจำกัด และสินค้าหมดแล้ว) โดยรุ่นนี้มาพร้อมลูกเล่นเพิ่มเติมหลายอย่าง
สินค้าต้องพรีออเดอร์ล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ เริ่มส่งสินค้าตั้งแต่ธันวาคม 2020
ที่มา: TechCrunch
|
# True แถลงหลังประมูล 5G ชูจุดเด่นมีย่านคลื่นเยอะที่สุด 7 Band
เราเห็น AIS แถลงหลังการประมูลว่ามีคลื่นเยอะที่สุดในไทย รวมกัน 1420MHz ทิ้งห่างอันดับสองเกือบ 1.5 เท่า ฝั่งของ True ที่แถลงข่าวทีหลัง ก็โต้กลับด้วยการชูประเด็นว่ามีย่านความถี่เยอะกว่าคือ 7 ย่านความถี่ (band) ในขณะที่คู่แข่งทั้ง AIS และ dtac มีกันคนละ 6 ย่านความถี่
ย่านความถี่ที่ True มีคลื่นใช้งานในปัจจุบัน (วิธีการนับของ True นับรวมคลื่นจากพาร์ทเนอร์ด้วย) ได้แก่
Low-band จำนวน 3 ย่านความถี่: 700MHz, 850MHz, 900MHz
Mid-band จำนวน 3 ย่านความถี่: 1800MHz, 2100MHz, 2600MHz
High-band จำนวน 1 ย่านความถี่คือ 26GHz
ถ้าเทียบกันแล้ว AIS มีย่านความถี่เหมือนกับ True แต่ขาดย่าน 850MHz (ที่ True ได้มาผ่านความร่วมมือกับ CAT) ส่วน dtac ไม่มี 850MHz และ 2600MHz (ที่ไม่ร่วมประมูลในรอบนี้) แต่ได้ 2300MHz (ที่จับมือกับ TOT) มาทดแทน ทำให้มีกันรายละ 6 Band
นอกจากเรื่องย่านความถี่แล้ว True ยังชูจุดเด่นเรื่องพันธมิตร China Mobile โอเปอเรเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีประสบการณ์เปิด 5G บนคลื่น 2600MHz ก่อนใครในโลก ที่จะเข้ามาช่วยให้การขยายโครงข่าย 5G ของ True รวดเร็วขึ้นด้วย
|
# Huawei MediaPad M6 10.8" เปิดตัวในไทย ซีพียูเรือธง Kirin 980 ราคา 14,990 บาท
Huawei MediaPad เป็นซีรีส์ของแท็บเล็ตแอนดรอยด์ที่ได้รับความนิยมไม่น้อยในบ้านเรา โดยเฉพาะซีรีส์ M ที่เน้นสเปกแรง-วัสดุพรีเมียม ล่าสุด Huawei Thailand เปิดตัว MediaPad M6 รุ่นหน้าจอ 10.8" แล้ว
สเปกของ Huawei MediaPad M6 มีดังนี้
หน้าจอ 10.8" 2560x1600 IPS
หน่วยประมวลผล Kirin 980 ตัวเดียวกับที่ใช้ใน Mate 20/P30
แรม 4GB, สตอเรจ 64GB
กล้องหลัง 13MP, กล้องหน้า 8MP
แบตเตอรี่ 7500 mAh
รองรับการใส่ซิม 4G LTE, Wi-Fi 802.11ac
ลำโพง 4 ตัวรอบเครื่อง Quad Speaker ที่ปรับแต่งโดย Harman Kardon
ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 14,990 บาท ช่วงเปิดตัวมีโปรโมชั่นแถม Magnetic Keyboard Case และปากกา Huawei M-Pen ในบางช่องทางการขาย (เช่น Lazada)
ที่มา - Huawei Thailand
|
# Morgan Stanley ซื้อกิจการ E*TRADE โบรกเกอร์ซื้อขายหุ้นออนไลน์ ด้วยมูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท
Morgan Stanley วาณิชธนกิจรายใหญ่ของอเมริกา ประกาศเข้าซื้อกิจการทั้งหมดของ E*TRADE โบรกเกอร์ซื้อขายหลักทรัพย์ออนไลน์ ด้วยมูลค่าถึง 13,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 410,000 แสนล้านบาท
James Gorman ซีอีโอ Morgan Stanley กล่าวว่าบริการของ E*TRADE จะช่วยเสริมการเติบโตให้ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ของธนาคารและธุรกิจในเครือ
E*TRADE เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายหุ้นออนไลน์ มีลูกค้ามากกว่า 5.2 ล้านบัญชี มูลค่าสินทรัพย์รวมมากกกว่า 360,000 ล้านดอลลาร์
ที่มา: CNBC
|
# Lyft ซื้อกิจการ Halo Cars สตาร์ทอัพป้ายโฆษณาติดบนหลังคารถ
Lyft แพลตฟอร์มเรียกรถแท็กซี่ที่ทำตลาดในอเมริกาเป็นหลัก และถือเป็นคู่แข่งของ Uber ได้เข้าซื้อกิจการ Halo Cars สตาร์ทอัพที่พัฒนาระบบจอแสดงโฆษณาดิจิทัล สำหรับติดแสดงผลบนหลังคารถ เพื่อให้ผู้ขับรถยนต์หารายได้เพิ่มเติม
ตัวแทนของ Lyft ยืนยันดีลดังกล่าว แต่ไม่ได้เปิดเผยมูลค่า
แนวทางของแอปเรียกรถแท็กซี่ทั้ง Uber และ Lyft ในช่วงที่ผ่านมาคือการทำให้บริษัทมีกำไร หลังจากทั้งสองบริษัทนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นสำเร็จ โดยแนวทางของ Uber คือการขยายไปสู่ธุรกิจใหม่ เช่น ขนส่งสินค้า, เดลิเวอรี่อาหาร ขณะที่ Lyft ยังเน้นที่ธุรกิจรถแท็กซี่ขนส่งผู้โดยสารอย่างเดียว การซื้อบริษัทโฆษณาเข้ามาน่าจะเป็นแนวทางในการสร้างรายได้อีกช่องทางหนึ่ง
ที่มา: Reuters
|
# Safari จะแจ้งเตือนใบรับรองอายุนานกว่า 13 เดือนว่าไม่ปลอดภัย เริ่มกันยายนนี้
ตอนนี้ Safari กำลังจะเริ่มบังคับใช้นโยบายใหม่ คือจะไม่ยอมรับใบรับรองเว็บไซต์ที่กำหนดวันหมดอายุไว้มากกว่า 13 เดือนนับจากวันสร้างใบรับรอง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อเว็บไซต์ที่ใช้ใบรับรองที่กำหนดวันหมดอายุไว้นาน ๆ
นโยบายใหม่นี้เสนอในที่ประชุม CA/Browser โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน Safari จะไม่ยอมรับใบรับรองใดก็ตามที่มีอายุมากกว่า 398 วันนับจากวันออกใบรับรอง ลดลงจากเดิมที่กำหนดไว้ 825 วัน โดยจะขึ้นคำแจ้งเตือนผู้ใช้เหมือนกับเว็บไซต์ที่ใบรับรองไม่ปลอดภัย
หาก Apple อิมพลีเมนต์นโยบายใหม่นี้จริง จะทำให้เบราว์เซอร์ทั้งบน iOS, iPadOS และ macOS แสดงเว็บไซต์ที่มีใบรับรองอายุมากกว่า 13 เดือนเป็นเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัยทันที แต่นโยบายใหม่จะมีผลเฉพาะใบรับรองที่ออกใหม่เท่านั้น ส่วนใบรับรองที่ออกก่อนวันที่ 1 กันยายนจะยังคงยึดตามนโยบายเดิม
ด้วยจำนวนผู้ใช้ที่อยู่ในมือของ Apple นักพัฒนารวมถึงผู้ดูแลเว็บไซต์ต้องให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ให้มาก และหากออกนโยบายนี้มาจริงจะส่งผลให้ระบบต้องเปลี่ยนใบรับรองบ่อยกว่าเดิม ซึ่ง Tim Callan นักวิชาการอาวุโสที่บริษัท Sectigo ที่ได้เข้าร่วมงานประชุมครั้งนี้ด้วยระบุว่า ตอนนี้บริษัทต้องมองหาระบบอัตโนมัติที่จะช่วยดีพลอยและจัดการใบรับรองใหม่ เพื่อลดการใช้คนรวมถึงลดความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาดจากการใช้คนเปลี่ยนใบรับรองที่จะต้องทำบ่อยกว่าเดิมในอนาคต
ที่มา - The Register
|
# PUBG ออกอัพเดตเวอร์ชัน 6.2 รองรับ Cross Party Play ระหว่าง PS4 กับ Xbox One แล้ว
เกม PUBG ออกอัพเดตเวอร์ชัน 6.2 มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือรองรับ cross-play กันระหว่างคอนโซล Xbox One และ PS4 แล้ว (เกมใช้คำว่า Cross Party Play)
ผู้เล่นสามารถเลือกเพื่อนจากคอนโซลข้ามค่ายมาร่วมเล่นได้ โดยรายชื่อเพื่อนจะแบ่งออกเป็น 4 แท็บคือ Platform (แพลตฟอร์มเดียวกัน), PUBG (ข้ามแพลตฟอร์ม ที่เพิ่งเพิ่มเข้ามา), Recent (เพื่อนที่เพิ่งเคยร่วมทีมกัน), Team (ทีมของเราในปัจจุบัน)
ประเด็นเรื่อง cross-play เป็นสิ่งที่ถกเถียงกันมายาวนาน โดยเฉพาะฝั่ง PS4 ที่โซนี่พยายามปฏิเสธมาโดยตลอด จนกระทั่ง Fortnite ที่เจรจาเรื่องนี้สำเร็จเป็นเกมแรก และมีเกมอย่าง Rocket League เปิด cross-play ตามมา
ที่มา - PUBG, Polygon
|
# Bethesda ถอนเกมจาก GeForce Now ออกเกือบหมด แบบเดียวกับ Activision
NVIDIA เพิ่งออกมาโชว์ดีล Cyberpunk 2077 จะมีให้เล่นบน GeForce Now ตั้งแต่วันแรก เพื่อแก้ปัญหา Activision Blizzard ถอนเกมออกจากระบบ
แต่ดูเหมือนการไหลออกของเกมดังจะไม่หยุดง่ายๆ เพราะ NVIDIA ประกาศว่าเกมของ Bethesda Softworks เกือบทุกเกมถูกนำออกจากระบบแล้วเช่นกัน เหลือเพียง Wolfenstein Youngblood เพียงเกมเดียวเท่านั้นที่ยังเล่นได้ (โดยไม่ระบุสาเหตุชัดเจนว่าทำไมเหลือแค่เกมเดียว)
เกมอื่นของ Bethesda ที่ถูกดึงออกไปคือ Fallout 3, Fallout 76, Skyrim, Doom, Dishonored ทั้งสองภาค, The Evil Within 2 เป็นต้น
ก่อนหน้านี้ Bloomberg เคยรายงานข่าวว่า Activision Blizzard ถอนเกมออกเพราะเจรจาเรื่องส่วนแบ่งไม่ลงตัว คาดว่ากรณีของ Bethesda น่าจะไม่ต่างกัน
ที่มา - NVIDIA, Polygon
|
# CD Projekt ต้นสังกัด The Witcher กลายเป็นบริษัทเกมใหญ่อันดับสองของยุโรป
CD Projekt ต้นสังกัดของเกมดังทั้งซีรีส์ The Witcher และ Cyberpunk 2077 จากประเทศโปแลนด์ กลายเป็นบริษัทเกมที่มีมูลค่ามากเป็นอันดับสองของยุโรปแล้ว (อันดับหนึ่งคือยักษ์ใหญ่ Ubisoft จากฝรั่งเศส)
เหตุผลคือราคาหุ้นของ CD Projekt เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในรอบเดือนนี้ (ปัจจัยสำคัญน่าจะมาจากซีรีส์ The Witcher ของ Netflix ได้รับความนิยม ทำให้ยอดขายเกมเพิ่มขึ้นอีก) มูลค่าของบริษัทจึงเพิ่มจาก 6.8 พันล้านดอลลาร์มาเป็น 8 พันล้านดอลลาร์แล้ว (มูลค่าของ Ubisoft อยู่ราว 9.6 พันล้านดอลลาร์)
CD Projekt เริ่มธุรกิจจากการเป็นผู้จัดจำหน่ายเกมในโปแลนด์ ภายหลังแตกธุรกิจมาทำเกมเอง (CD Projekt Red) และเปิดร้านจัดจำหน่ายเกมดิจิทัลด้วย (GOG)
ที่มา - Reddit, Gamespot
ภาพจาก CD Projekt
|
# Libra ได้สมาชิกใหม่เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Shopify
แม้ว่าช่วงหลัง Libra จะมีสมาชิกถอนตัวอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็น PayPal, Visa, Mastercard, eBay, Stripe, Booking Holdings และ Mercado Pago แต่ก็ยังมีผู้จะเข้าร่วมอยู่ โดยสมาชิกรายล่าสุดของ Libra คือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Shopify
การเป็นสมาชิกของ Libra Association นี้ Shopify จะเป็นผู้ให้บริการ validator node, ได้รับเสียงโหวต 1 เสียงในคณะกรรมการ Libra Association และได้รับเงินปันผลจากดอกเบี้ยจากตะกร้าเงิน Libra Reserve ซึ่ง Shopify จะลงเงินร่วมในส่วนนี้ขั้นต่ำ 10 ล้านดอลลาร์
การที่ Shopify เข้าร่วมกับ Libra เหตุผลหนึ่งคือการลดค่าประมวลผลธุรกรรมที่ Shopify ต้องจ่ายให้ตัวกลาง โดยปัจจุบันแพลตฟอร์ม Shopify มีร้านค้าออนไลน์ใช้อยู่ราว 1 ล้านร้านค้าใน 175 ประเทศทั่วโลก
ที่มา - Shopify, TechCrunch
ภาพจาก Shopify
|
# Epic Games Store แจกเกมฟรี Assassin's Creed Syndicate แบบจำกัดเวลา
Epic Games Store ประกาศแจกเกม Assassin's Creed Syndicate ภาคหลักที่ 7 ของซีรีส์ Assassin's Creed (จากราคาเต็ม 33.99 ดอลลาร์) แบบจำกัดเวลา ใครที่อยากได้เกมนี้ต้องรีบเข้าไปกดรับสิทธิกัน
Assassin's Creed Syndicate ออกในปี 2015 โดยใช้ฉากหลังเป็นอังกฤษยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม เกมได้คะแนนรีวิวเฉลี่ยค่อนข้างดี (74/100 สำหรับเวอร์ชันพีซี) แม้จะไม่ดีมากเท่ากับสองภาคถัดมาคือ Origins และ Odyssey ก็ตาม
การแจกเกมครั้งนี้เป็นหนึ่งในแคมเปญแจกเกมฟรีทุกสัปดาห์ของ Epic Games โดยอีกเกมที่แจกพร้อมกันในสัปดาห์นี้คือเกมการ์ด Faeria
ที่มา - Epic Games
|
# Stadia ขยายบริการ รองรับสมาร์ทโฟน Galaxy S/Note, Razer, ASUS ROG แล้ว
หลังจาก Google Stadia เปิดตัว แต่จำกัดสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับแค่ตระกูล Pixel มานาน 3 เดือน ในที่สุดกูเกิลก็ขยายบริการมายังสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ (บ้าง) จากผู้ผลิต 3 รายคือ Samsung, Razer, ASUS ROG รวมทั้งหมด 18 รุ่น
กรณีของ Samsung รองรับสมาร์ทโฟน Galaxy ระดับเรือธงทุกตัวตั้งแต่ S8, Note 8, S9, Note 9, S10 (รวม S10e), Note 10, S20 ส่วนสมาร์ทโฟนเกมมิ่งอีก 2 แบรนด์รองรับ Razer Phone, Razer Phone 2, ASUS ROG Phone, ASUS ROG Phone II
นอกจากนี้ ASUS ยังประกาศความร่วมมือกับกูเกิล พรีโหลด Stadia มาในสมาร์ทโฟน ROG รุ่นถัดไป (ซึ่งก็น่าจะใช้ชื่อ ROG Phone III) โดยความร่วมมือครั้งนี้มีอายุไปจนถึงสิ้นปี 2021
ที่มา - Stadia, XDA
|
# ทวิตเตอร์ทดสอบขึ้นข้อความเตือนทวีตชี้นำในทางที่ผิดและเป็นอันตราย พร้อมให้แหล่งข่าวที่ถูกต้อง
ทวิตเตอร์เริ่มทดสอบการแจ้งเตือนทวีตที่ชี้นำในทางที่ผิดอย่างเป็นอันตราย (harmfully misleading) โดยแสดงให้เด่นด้วยสีแดงและส้ม พร้อมทั้งให้ข้อมูลจากสำนักข่าวรวมถึงแหล่งข้อมูลที่ได้รับการยืนยันแล้ว
สำหรับฟีเจอร์นี้ ตัวแทนของทวิตเตอร์ได้ให้ข้อมูลกับ NBC News ว่าเป็นหนึ่งในวิธีที่ทางบริษัทกำลังทดสอบเพื่อจัดการข้อมูลปลอมตามนโยบายต่อต้านข้อมูลปลอมที่ทางบริษัทเตรียมบังคับใช้จริงวันที่ 5 มีนาคมนี้ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่กฎควบคุม deepfake จะเริ่มบังคับใช้งาน
ที่มา - NBC News, Engadget
|
# [Update] CAT ยืนยันให้บริการ Free Wi-Fi ในไทยต่อ แม้กูเกิลยุติโครงการ Google Station
ต่อจากข่าว กูเกิลประกาศปิดบริการ Google Station Free Wi-Fi ทั่วโลก วันนี้ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด หรือ CAT ในฐานะพาร์ทเนอร์ของกูเกิลในไทย ประกาศว่าจะให้บริการ Free Wi-Fi ต่อไปหลังกูเกิลถอนตัว
CAT บอกว่าทราบเรื่องการยุติโครงการ Google Station อยู่ก่อนแล้ว ส่วนโครงข่าย Wi-Fi ที่ติดตั้งไปแล้วจะนำไปให้บริการต่อได้ โดย CAT กำลังหารือกับพาร์ทเนอร์ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้บริการ Free Wi-Fi ได้อย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันบริการ Free Wi-Fi ของ CAT และกูเกิล มีให้บริการให้สถานที่ 150 แห่งทั่วประเทศ และมีผู้ใช้งานแล้ว 3 ล้านราย
update: ทาง CAT ส่งแถลงเพิ่มเติม
|
# AIS, dtac จ่ายเงินค่าประมูลคลื่น 5G งวดแรก, AIS เปิดบริการ 5G 2600MHz วันนี้เลย
ช่วงเช้าวันนี้ AIS และ dtac เข้าไปจ่ายเงินค่าคลื่น 5G งวดแรกกับสำนักงาน กสทช. แล้ว
AIS ชำระเงินค่าคลื่นความถี่ 2600 MHz งวดแรก จำนวน 2,093,027,000 บาท
dtac ชำระค่าประมูลคลื่นความถี่ 26 GHz ที่ประมูลชนะ 2 ใบอนุญาต จำนวน 974,128,001.07 บาท
ส่วนช่วงบ่าย AIS ยังประกาศกดสวิทช์เปิดบริการ 5G คลื่น 2600MHz ทันทีในบางพื้นที่ของกรุงเทพ และ 5 เมืองทั่วไทยคือ เชียงใหม่ ภูเก็ต นครราชสีมา ชลบุรี นครปฐม เพื่อชิงกระแสการเป็นเครือข่าย 5G เชิงพาณิชย์รายแรกในไทย
|
# NVIDIA ประกาศ Cyberpunk 2077 มีให้เล่นบนคลาวด์ GeForce Now ตั้งแต่วันแรกที่ขาย
ก่อนหน้านี้เราเห็นข่าว Activision Blizzard ถอดเกมออกจาก GeForce Now โดยไม่อธิบายสาเหตุ
วันนี้ NVIDIA ออกมาชี้แจงแบบกว้างๆ ว่าการเปลี่ยนสถานะ GeForce Now จากรุ่นทดสอบมาเป็นรุ่นเสียเงิน ทำให้ค่ายเกมบางรายเลือกนำเกมออกจากระบบ หลังร่วมทดสอบมาระยะเวลาหนึ่ง และบางค่าย (ที่ยังไม่ระบุชื่อในตอนนี้ แต่น่าจะหมายถึง Activision Blizzard) ก็จะนำเกมกลับเข้ามายัง GeForce Now อีกครั้ง
นอกจากนี้ NVIDIA ยังประกาศว่าเกม Cyberpunk 2077 ของ CD Projekt Red จะเปิดให้เล่นบน GeForce Now ตั้งแต่วันแรกที่ออกขายด้วย ตอนนี้ GeForce Now มีเกมให้เล่นเป็นหลักหลายร้อยเกม (hundreds) และมีเกมอีก 1,500 เกมอยู่ในคิวให้บริการด้วย
ที่มา - NVIDIA
|
# กูเกิลแจ้งเตือน Edge เมื่อเข้าไปโหลดส่วนขยาย Chrome บอกว่าใช้ Chrome เถอะ
Microsoft Edge ตัวใหม่พลัง Chromium สามารถติดตั้งส่วนขยายของ Chrome จาก Chrome Web Store ได้ตรงๆ (โดยเปิดใช้ฟีเจอร์นี้ก่อนในหน้า Extensions ของ Edge) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของไมโครซอฟท์เพื่อแก้ปัญหาเรื่องความเข้ากันได้ของ Edge กับส่วนขยายต่างๆ
ล่าสุดวันนี้ หากเราเข้าหน้าเว็บ Chrome Web Store ด้วย Edge จะเห็นข้อความแจ้งเตือนจากกูเกิล แนะนำให้ใช้ Chrome แทนเพื่อความปลอดภัยของส่วนขยายที่ดีกว่า โดยไม่ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมจากนี้
เว็บไซต์ ExtremeTech มองว่าการติดตั้งส่วนขยายจาก Chrome Web Store สามารถอัพเดตเวอร์ชันล่าสุดได้เมื่อใช้ Chrome เท่านั้น เพราะการติดตั้งบน Edge จะมองว่าเป็นการทำ sideloading แบบกลายๆ (คือไม่ใช่ช่องทางอย่างเป็นทางการ)
ที่มา - ExtremeTech
|
# AWS ระบุกำลังเจรจากับคู่ค้า น่าจะเปิดบริการในกลุ่ม Outpost, Local Zones, Wavelength ในไทยเร็วๆ นี้ แม้ไม่ระบุเวลา
วันนี้ AWS ประเทศไทยจัดงาน Technology Update Roundtable บรรยายถึงสินค้าใหม่ที่เปิดตัวในงาน reInvent เมื่อปลายปีที่ผ่านมา และช่วงถามตอบ ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย พูดถึงสินค้าในกลุ่มคลาวด์ที่อยู่ใกล้กับลูกค้ามากขึ้น ทั้ง AWS Outpost, AWS Local Zones, และ AWS Wavelength นั้นกำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับคู่ค้า และคาดว่าน่าจะเข้ามาทำตลาดในไทยได้ในเร็วๆ
ดร.ชวพล ระบุถึงความต้องการของลูกค้าว่ามีความต้องการเก็บข้อมูลไว้ในศูนย์ข้อมูล ทั้งจากปัญหา latency สูงหรือจะเป็นความกังวลที่จะนำข้อมูลไปวางไว้นอกประเทศหรือนอกองค์กร และสินค้ากลุ่มคลาวด์ท้องถิ่นเช่นนี้จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้
สินค้าในกลุ่มนี้ตัวแรกที่น่าจะทำตลาดในประเทศไทยได้คือ AWS Outpost ที่เปิดให้ลูกค้าซื้อตู้เซิร์ฟเวอร์ไปตั้งในศูนย์ข้อมูลของตัวเอง โดยระบบภายในทั้งหมดจะจัดการโดยทีมงานของ AWS ปัจจุบันนี้แม้ AWS Outpost จะเข้าสู่สถานะ GA ไปแล้วแต่ยังจำกัดประเทศที่ทำตลาดบางโซน และไม่จำหน่ายนอกประเทศที่ไม่มีศูนย์ข้อมูลของ AWS
AWS Local Zones นั้นเป็นศูนย์ข้อมูลของ AWS ที่ย่อขนาดลงมา และให้บริการในระดับเมือง สำหรับลูกค้าที่ต้องการให้ข้อมูลอยู่ใกล้ แต่ไม่ต้องการนำเซิร์ฟเวอร์มาดูแลเอง หาก AWS นำบริการนี้มาเปิดในประเทศไทยก็จะทำให้ลูกค้าทั่วไปสามารถเปิดเซิร์ฟเวอร์ AWS ในไทยได้โดยไม่ต้องลงทุนเริ่มต้นสูงแบบ AWS Outpost
นโยบายของ AWS คือไม่ระบุระยะเวลาล่วงหน้า แต่ผมถามว่าเราน่าจะได้เห็นบริการกลุ่มคลาวด์ท้องถิ่นเหล่านี้ในประเทศไทยภายในสองปีข้างหน้าหรือไม่ ดร.ชวพล ระบุว่า "น่าจะเร็วกว่านั้น"
ที่มา - งานแถลงข่าว Technology Update Roundtable
|
# Sony, Oculus ถอนตัวไม่ร่วมงาน GDC 2020 เพราะปัญหาไวรัสโคโรนา
Sony และแบรนด์ PlayStation ประกาศถอนตัวไม่เข้าร่วมงานสัมมนาใหญ่ด้านเกม 2 งานคือ PAX East ที่บอสตันช่วงปลายเดือนนี้ และ Game Developers Conference (GDC) 2020 ที่ซานฟรานซิสโกในช่วงกลางเดือนมีนาคม ด้วยเหตุผลเรื่องไวรัสโคโรนา COVID-19
คาดกันว่า Sony จะโชว์เดโมของเกม The Last of Us Part II (ที่เลื่อนไปออกเดือน พ.ค.) ในงาน PAX East แต่เมื่อถอนตัว ก็ต้องรอดูกันว่า Sony จะเผยแพร่เดโมนี้ผ่านช่องทางไหน
นอกจากนี้ยังมี Facebook Gaming และ Oculus ที่ประกาศถอนตัวจาก GDC 2020 ด้วยเหตุผลเดียวกัน โดย Oculus บอกว่าจะประกาศข่าวต่างๆ ทางออนไลน์แทน และสัญญาว่าจะกลับมาร่วมงาน GDC ปีหน้าเช่นเดิม
ส่วนผู้จัดงาน GDC ก็ประกาศมาตรการรับมือด้านความปลอดภัยด้านสุขภาพที่ศูนย์ประชุม Moscone Center ซึ่งเป็นศูนย์ประชุมหลักของเมืองซานฟรานซิสโก และงานสัมมนาของ Facebook ยกเลิกไปแล้ว
ที่มา - GamesIndustry.biz, Oculus, GDC
ภาพจาก GDC
|
# Google เผยลบแอปที่แสดงโฆษณาแบบรบกวนการใช้งานไปกว่า 600 แอป
Google เริ่มจริงจังกับการรับมือโฆษณาที่น่ารำคาญมากขึ้น ไม่ใช่แค่บน Chrome แต่รวมถึงแอปบน Play Store ด้วย เมื่อล่าสุด Google ระบุว่าได้นำแอปกว่า 600 แอปที่แสดงโฆษณาน่ารำคาญออกจาก Play Store และแบนนักพัฒนาจากการหาเงินด้วยโฆษณาผ่านแพลตฟอร์ม Google
Google บอกว่ามีทีมที่คอยดูแลและจัดการแอปบนแพลตฟอร์มที่ละเมิดนโยบายการแสดงโฆษณา รวมถึงใช้ machine learning ในการตรวจสอบแอปลักษณะนี้โดยเฉพาะ โดยตัวอย่างการละเมิดกฎได้แก่การแสดงโฆษณาที่ขัดขวางการใช้งาน (เช่นโฆษณาเต็มหน้าจอ) จนอาจนำไปสู่การคลิ๊กโฆษณาแบบไม่ตั้งใจ ไม่ว่าจะภายในตัวแอปหรือนอกตัวแอปก็ตาม
ที่มา - Google Security Blog
|
# สตูดิโอ ILM เผยเบื้องหลัง the Mandalorian กับการใช้ Unreal Engine แทน Green Screen
ถ้าใครเป็นแฟนภาพยนตร์ Star Wars และมีโอกาสได้ดู the Mandalorian แล้วอาจจะเคยเห็นภาพเบื้องหลังการถ่ายทำ ที่ทีมงานสร้างฉากหลังดาวต่าง ๆ ขึ้นมาจากการใช้จอ LED ฉายภาพภูมิประเทศ (ไม่ได้ใช้ green screen เป็นฉากหลัง) ร่วมกับฉากจริงที่เป็น practical effect จนเหมือนนักแสดงอยู่ในฉาก 3 มิติ
ล่าสุดสตูดิโอ Industrial Light and Magic ปล่อยคลิปเบื้องหลังการสร้าง the Mandalorian เผยรายละเอียดว่าฉากหลังที่เป็นภูมิประเทศดาวบนจอ LED ถูกสร้างขึ้นโดยใช้ Unreal Engine ของ EPIC ช่วยให้ทีมงานปรับมุมมอง ปรับภูมิประเทศและปรับแสงได้ตลอดเวลา ตามการขยับของตัวละครและ/หรือมุมกล้อง
การนำเอนจินเกมไปสู่กระบวนการสร้างภาพยนตร์ดูเหมือนจะเป็นการผลักดันของ EPIC เองเพราะ Kim Libreri ซีทีโอของ EPIC ให้สัมภาษณ์ในคลิปว่า ตอนที่บริษัทคิดจะผลักดันไอเดียการนำ Unreal Engine ไปใช้สร้างฉากเสมือนในหนัง Richard Bluff ที่ดูแลเอฟเฟ็คเสมือนจริงและ Jon Favreau ผู้อำนวยการสร้างของซีรีส์ก็ตอบรับไอเดียนี้เป็นอย่างดี
Jon Favreau บอกด้วยว่าเทคโนโลยีนี้จะผลต่อวงการซีรีส์และละครทีวีให้ก้าวไปข้างหน้าด้วย
ที่มา - ILMVX
|
# กูเกิลเตรียมย้ายข้อมูลพลเมืองอังกฤษกลับสหรัฐฯ หลัง Brexit หลุดความคุ้มครอง GDPR
กูเกิลเตรียมย้ายข้อมูลบัญชีพลเมืองสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ไปยังศูนย์ข้อมูลที่อยู่ใต้กฎหมายสหรัฐฯ หลังจากสหราชอาณาจักรจะออกจากสหภาพยุโรป พร้อมกับเตรียมให้ผู้ใช้กดยอมรับข้อตกลงใหม่
กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหราชอาณาจักรยังคงมีผลต่อไป แต่เนื่องจากสหราชอาณาจักรไม่ได้อยู่ในสหภาพยุโรปอีกแล้ว กฎหมายในอนาคตก็อาจจะไม่เป็นไปตาม GDPR อีกต่อไป โดยสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ นั้นมีความตกลงร่วมกันที่จะให้ทั้งสองประเทศสามารถขอข้อมูลผู้ใช้ข้ามกันได้ง่ายขึ้นในอนาคต
แนวทางกฎหมาย GDPR นับเป็นหนึ่งในกฎหมายคุัมครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้มแข็งที่สุดในโลก โดยให้สิทธิเจ้าของข้อมูลเพิ่มเติมทั้งสิทธิ์ในการขอข้อมูลกลับและสิทธิ์ในการขอลบข้อมูลทิ้ง
ที่มา - iTnews
|
# ทั่วถึงทุกแพลตฟอร์ม Microsoft Defender ประกาศออกเวอร์ชันลินุกซ์, Android, iOS
Microsoft Threat Protection (MTP) เป็นชื่อเรียกรวมๆ ของชุดฟีเจอร์-บริการด้านความปลอดภัยของไมโครซอฟท์แบบเสียเงินหลายตัว ประกอบด้วย Microsoft Defender ATP ที่คุ้มครองเครื่อง, Office 365 ATP คุ้มครองอีเมล, Azure ATP คุ้มครองบัญชี, Microsoft Cloud App Security คุ้มครองแอพ
วันนี้ไมโครซอฟท์ประกาศว่า Microsoft Threat Protection มีสถานะเปิดบริการเป็นการทั่วไป (generally available) องค์กรที่จ่ายแพ็กเกจ Microsoft 365 E5 อยู่แล้วสามารถเปิดใช้งานได้ทันทีผ่านหน้าแอดมินของระบบ
นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ยังประกาศออก Microsoft Defender ATP บนลินุกซ์เพิ่มอีกแพลตฟอร์มหนึ่ง (เวอร์ชันแมคมีแล้วตั้งแต่ต้นปี 2019) และประกาศแผนออกเวอร์ชัน Android กับ iOS ตามมาในอนาคตด้วย เพื่อให้แพลตฟอร์ม Defender ครอบคลุมเครื่องปลายทาง (endpoint) ทุกแพลตฟอร์ม (เวอร์ชันเหล่านี้จะห้อยท้ายด้วย ATP หรือ Advanced Threat Protection ซึ่งแปลว่าต้องเสียเงินค่าไลเซนส์จึงใช้งานได้)
ที่มา - Microsoft
|
# Dropbox ไตรมาสล่าสุด รายได้โต 19% มีลูกค้าแบบเสียเงิน 14.3 ล้านบัญชี
Dropbox รายงานผลประกอบการของไตรมาสที่ 4 ปี 2019 มีรายได้รวม 446.0 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน และขาดทุนสุทธิ 6.6 ล้านดอลลาร์
จำนวนผู้ใช้งาน Dropbox แบบเสียเงินมี 14.3 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นจาก 12.7 ล้านบัญชี ของไตรมาสเดียวกันในปีก่อน รายได้เฉลี่ยต่อลูกค้าต่อปีก็เพิ่มเป็น 125 ดอลลาร์
ซีอีโอ Drew Houston กล่าวในช่วงแถลงผลประกอบการว่า บริษัทคาดว่าจะเริ่มมีกำไรภายในปี 2020 นี้ ซึ่งสะท้อนจากไตรมาสที่ผ่านมาขาดทุนลดลง
ที่มา: Dropbox และ CNBC
|
# Microsoft เผยโฉมไอคอนใหม่บน Windows 10 เน้นสีและเงามากขึ้นตาม Fluent Design
Microsoft เปิดตัวไอคอนดีไซน์ใหม่ของ Windows 10 อย่างเป็นทางการทั้งระบบ โดยแนวคิดของการดีไซน์ใหม่นี้จะฉีกแนวออกไปจากเดิมที่เป็น flat design
สำหรับแนวคิดของ Microsoft ในการออกแบบไอคอนใหม่ครั้งนี้คือจะเน้นสีและ context ของไอคอนมากขึ้นตามสไตล์ของ Fluent Design Language ลักษณะเดียวกับฝั่ง Office ที่ทยอยเปลี่ยนไอคอนไปแล้ว และต้องการให้ไอคอนโดดเด่นมากขึ้น เพราะปัจจุบันแอปของ Microsoft เริ่มมีบทบาทบนแพลตฟอร์ม third-party มากขึ้น
ตอนนี้ไอคอนแบบใหม่จะเริ่มออกอัพเดตให้ผู้ใช้ Windows Insider ในกลุ่ม Fast Ring ก่อน และแอปจะเริ่มต้นที่ Mail และ Calendar แล้วค่อย ๆ ทยอยอัพเดตให้แอปอื่นต่อไปในอนาคต
ที่มา - Engadget, Microsoft Design
|
# Mobvoi ออก TicWatch Pro ใหม่ อัพแรม 2 เท่า, การันตีความทนตามมาตรฐาน MIL-STD-810G
Mobvoi บริษัทพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่เปิดตัวสมาร์ทวอช TicWatch Pro รุ่นใหม่ เป็นรุ่นอัพเกรดจาก TicWatch Pro สมาร์ทวอช Wear OS ที่เปิดตัวเมื่อสองปีที่แล้ว
ฟีเจอร์สำคัญของ Mobvoi คือตัวนาฬิกาผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน Military Standard 810G (MIL-STD-810G) จึงการันตีความทนทานต่ออุณหภูมิหรือสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายมากยิ่งขึ้น โดย Mobvoi เคลมว่านาฬิกาสามารถทำงานได้แบบไม่มีปัญหาตั้งแต่อุณหภูมิ -20 จนถึง 55 องศาเซลเซียส และทำงานใต้น้ำลึก 1.49 เมตรได้นานสุดถึง 30 นาที
ส่วนสเปคของนาฬิกา TicWatch Pro 2020 ใช้แรม 1GB ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ประสิทธิภาพการทำงานของตัวนาฬิกาดีขึ้นแล้ว ยังช่วยทำให้นาฬิการุ่นใหม่นี้เก็บข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำกว่ารุ่นเดิมด้วย แต่ยังคงใช้ Snapdragon Wear 2100 ซึ่งทำให้ระบบการเชื่อมต่อถูกจำกัดที่ Bluetooth 4.2 และ Wi-Fi 802.11n
จุดที่น่าสนใจของ TicWatch Pro ก็ยังคงเป็นตัวจอที่มีทั้ง OLED ด้านล่าง และ FSTN LCD ด้านบนที่จะโปร่งใสเมื่อไม่ได้ใช้งาน แต่ถ้าเปิดใช้งานเฉพาะ FSTN LCD จะยืดอายุตัวนาฬิกาได้นานสุดถึง 30 วันต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
TicWatch Pro รุ่นใหม่จะเริ่มวางจำหน่ายเดือนมีนาคมนี้ โดยราคาจำหน่ายอยู่ที่ 260 ดอลลาร์ หรือราว 8,200 บาท มีให้เลือก 2 สีคือดำและเงิน
ที่มา - Engadget
|
# Gmail เพิ่มฟีเจอร์ search chips ฟิลเตอร์แบบกดได้ ช่วยให้ค้นหาอีเมลได้ง่ายขึ้น
Google ปล่อยอัพเดต Gmail ใหม่ โดยรอบนี้มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า search chips เป็นฟิลเตอร์แบบกดได้ที่จะช่วยจำกัดสิ่งที่ต้องการค้นหาให้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
ยกตัวอย่างเช่น ในรูปเสิร์ชคำว่า Mike ก็จะมี search chips ปรากฏขึ้นมาเพื่อให้ฟิลเตอร์ได้ เช่น จาก Mike Chang, ไม่รวมแชท, กำหนดเวลา, มีไฟล์แนบ หรืออื่น ๆ ซึ่งแม้ว่าแต่เดิมเราสามารถฟิลเตอร์จากช่องค้นหาได้ด้วยวิธีการพิมพ์ เช่น has:attachment หรือ from:[อีเมลแอดเดรส] ได้อยู่แล้ว แต่ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้การใช้ฟิลเตอร์ง่ายขึ้นไปอีก
ตอนนี้ฟีเจอร์ดังกล่าวเริ่มปล่อยให้ใช้เฉพาะ Gmail สำหรับกลุ่มผู้ใช้ G Suite ก่อน และจะปล่อยให้ Gmail ทั้งหมดในลำดับถัดไป
ที่มา - G Suite Updates, Engadget, TechCrunch
|
# กูเกิลเผย คำค้นเกี่ยวกับ Parasite เพิ่มขึ้น 857% หลังชนะรางวัลออสการ์
หลังภาพยนตร์เกาหลีเรื่อง Parasite ชนะรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Picture) ความสนใจต่อภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว
กูเกิลจึงออกมาเผยข้อมูลผลการค้นหาภาพยนตร์เรื่อง Parasite และภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ที่เข้าชิงรางวัล Best Picture ในงานออสการ์ครั้งที่ 92
ช่วงก่อนงาน ภาพยนตร์ที่เข้าชิงได้รับความสนใจแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ เช่น ประเทศไทย สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย สนใจเรื่อง 1917 มากที่สุด, แคนาดา จีน อินโดนีเซีย สนใจ Parasite, ประเทศแถบแอฟริกา ตะวันออกกลาง รัสเซีย สนใจ Joker เป็นต้น
แต่เมื่อ Parasite ชนะรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ความสนใจของทั้งโลกก็มุ่งไปที่ Parasite ทันที (ยกเว้นบราซิลที่กลับสนใจ 1917) โดยกูเกิลบอกว่าจำนวนการค้นหาคำว่า Parasite เพิ่มขึ้นถึง 857% เลยทีเดียว
คำค้นที่เกี่ยวข้องกับ Parasite ยังได้รับความนิยมกันถ้วนหน้า เช่น Bong Joon Ho ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ มีการค้นหาเพิ่มขึ้น 2000%, ล่ามที่แปลภาษาให้ Ho ตอนกล่าวสุนทรพจน์ กลายเป็นหนึ่งในบุคคลยอดนิยม, คำค้นเกี่ยวกับภาพยนตร์จากเกาหลีใต้ (korean+film) เพิ่มขึ้น 47%
ที่มา - Google
|
# แผนการออกรุ่น Android 11 ออกรุ่นทดสอบเดือนละครั้ง ตัวจริงออกไตรมาส 3/2020
กูเกิลประกาศแผนการออกรุ่นทดสอบ Android 11 ที่เพิ่งออก Developer Preview 1 วันนี้ โดยจะแบ่งเป็นรุ่นทดสอบสำหรับนักพัฒนา (Developer Preview) จำนวน 3 ตัว และรุ่นทดสอบสำหรับผู้ใช้ทั่วไป (Beta) อีก 3 ตัว ก่อนออกรุ่นจริง
กุมภาพันธ์: Developer Preview 1 เน้นให้นักพัฒนาแอพลอง API ใหม่เพื่อทดสอบความเข้ากันได้ของแอพก่อน
มีนาคม: Developer Preview 2 ปรับปรุง API จากความเห็นนักพัฒนา
เมษายน: Developer Preview 3 ปรับปรุงเสถียรภาพ
พฤษภาคม: Beta 1 เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปทดสอบผ่าน Android Beta Program
มิถุนายน: Beta 2 เน้นเสถียรภาพ เป็นรุ่นที่ API นิ่งแล้ว
ไตรมาส 3: Beta 3 เตรียมออกรุ่นจริง
ไตรมาส 3: ตัวจริง (Final release)
จุดเปลี่ยนแปลงสำคัญของแผนการออก Android 11 เทียบกับปีก่อนๆ คือกูเกิลจะมีจุดที่เรียกว่า Platform Stability ตอน Beta 2 เพื่อให้ API นิ่งทั้งหมด นักพัฒนาจะได้ทราบว่าควรทดสอบแอพของตัวเองกับรุ่นทดสอบตัวไหน
ที่มา - Google
|
# รหัสปริศนา ผู้ใช้ซัมซุงทั่วโลกได้รับข้อความ "1 1" จากแอพ Find My Mobile
วันนี้ผู้ใช้ซัมซุงทั่วโลกได้รับข้อความแจ้งเตือนจากแอพ Find My Mobile โดยเป็นข้อความเขียนว่า "1 1" (คนละบรรทัดกัน) ที่ไม่มีความหมาย
บัญชี Samsung Help UK ยืนยันการแจ้งเตือนครั้งนี้ว่าเป็นความผิดพลาดจากการทดสอบภายใน และไม่ส่งผลอะไรกับการใช้งานของผู้ใช้
ส่วนตัวแล้วผมใช้ซัมซุง และได้ข้อความแจ้งเตือนเช่นกัน ในเวลาช่วงบ่ายต้นๆ ของวันนี้ (เวลาที่ได้รับอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละคน)
ภาพประกอบโดยคุณ littletail
ที่มา - Android Central
|
# Apple อาจให้ผู้ใช้ iOS สามารถเลือกแอป default แทนที่ Safari หรือ Mail ได้
Mark Gurman จากสำนักข่าว Bloomberg อ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง เผยว่าแอปเปิลกำลังพิจารณาเพิ่มทางเลือกสำหรับผู้ใช้ iOS บน iPhone และ iPadOS บน iPad ให้สามารถเลือกแอปตั้งต้นในการใช้งาน เป็นแอปจากนักพัฒนาภายนอก (3rd Party) แทนที่ Safari สำหรับเบราว์เซอร์ หรือ Mail สำหรับอีเมลได้
ที่ผ่านมา แม้ผู้ใช้งานอุปกรณ์แอปเปิลจะสามารถเลือกลงแอปอื่นแทนได้ แต่แอปเปิลก็กำหนดให้ค่าเริ่มต้นอยู่ที่แอปพื้นฐานของแอปเปิลเท่านั้น เช่นเมื่อคลิกลิงก์ก็จะถูกเปิดด้วย Safari เสมอ ประเด็นนี้ทำให้นักพัฒนาหลายรายร้องเรียนว่าอาจเป็นการผูกขาด (ตัวอย่างกรณี Spotify)
ปัจจุบันแอปเปิลมีแอปเริ่มต้นที่ติดตั้งมากับ iOS รวม 38 แอป ซึ่งแอปบางตัวสามารถซ่อนจากหน้า Home ได้
รายงานยังบอกว่า แอปเปิลเตรียมเปิดให้แอปภายนอกสามารถทำงานบนลำโพง HomePod ได้ด้วย จากเดิมที่การสั่งเล่นเพลงนั้น ค่าเริ่มต้นเป็น Apple Music เสมอ
แอปเปิลยังไม่สรุปว่าจะเพิ่มตัวเลือกนี้หรือไม่ แต่กรณีเร็วที่สุด เราอาจเห็นตัวเลือกนี้ใน iOS 14 ที่กำหนดออกมาในปีนี้เลย
ที่มา: Bloomberg
|
# MUFG กลุ่มการเงินใหญ่ของญี่ปุ่น เข้าลงทุนใน Grab ด้วยเงินกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท
มีรายงาน MUFG ธนาคารรายใหญ่ของญี่ปุ่น ได้เข้าลงทุนใน Grab แอปให้บริการเรียกรถ ด้วยวงเงินที่อาจสูงถึง 80,000 ล้านเยน (720 ล้านดอลลาร์ หรือ 22,000 ล้านบาท)
โดยเหตุผลที่ MUFG เลือกลงทุนใน Grab นั้น เพื่อเจาะกลุ่มฐานลูกค้าใหม่ให้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้เข้าถึงระบบธนาคารดั้งเดิม ซึ่ง Grab มีข้อมูลลูกค้าที่จะช่วยส่วนนี้ได้
นอกจากนี้ Grab เองยังคาดว่าจะได้ประโยชน์จากองค์ความรู้ในธุรกิจการเงิน เพื่อมาเสริมกลุ่มธุรกิจการเงินที่บริษัทกำลังขยายไปด้วย
ที่มา: Japan Times
|
# ไม่มีไม่หนีไม่คืน GSMA ไม่คืนเงินค่าออกบูธ MWC 2020 ตามข้อตกลงที่เซ็นกันไว้
เว็บไซต์ the Telecoms รายงานอ้างอิงข้อมูลจากบริษัทที่ออกบูธ (exhibitor) 2 รายภายในงาน MWC 2020 ที่ถูกยกเลิกไปแล้ว ว่าไม่ได้รับเงินคืนหรือเงินชดเชยใด ๆ จากการยกเลิกงานดังกล่าว โดยทาง GSMA ผู้จัดงานอ้างเงื่อนไขข้อที่ 20.10 ในเงื่อนไขและข้อตกลง (T&C) ที่น่าจะเซ็นกันเอาไว้ก่อนเริ่มงาน
ข้อตกลงดังกล่าวระบุว่าผู้จัดงาน (GSMA) จะไม่รับผิดชอบความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ กรณีที่เกิดจากเหตุการณ์ที่เกินขอบเขตและการควบคุมของ GSMA อาทิ โรคระบาด, การหยุดงานประท้วง, ปรากฎการณ์ธรรมชาติ, ก่อการร้ายไปจนถึงสงคราม
ก่อนหน้านี้ผู้อำนวยการของ GSMA ก็ออกมาให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ถึงประเด็นนี้ว่า ทุกคนต่างมีต้นทุนเป็นของตัวเอง พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่าย (บริษัทที่ออกบูธ/ผู้จัดงาน/ผู้เข้าร่วมงานที่จ่ายค่าบัตร) ช่วย ๆ กันแบกภาระต้นทุนของตัวเอง และระบุด้วยว่า GSMA เองเป็นองค์กร NGO ไม่แสดงหาผลกำไร องค์กรไม่ได้มีเงินหรือกองทุนอะไรหนุนหลังมากมาย และรายได้ทั้งหมดของ GSMA ก็กลับคืนสู่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมเป็นปกติอยู่แล้ว
ที่มา - Telecoms, Bloomberg
|
# ไม่รู้ผิดตรงไหน เฟซบุ๊กแจ้งเว็บ krungthai dot com ผิดกฎชุมชน แชร์เว็บไม่ได้
ทางธนาคารกรุงไทยเปลี่ยนโดเมนเว็บเป็น krungthai dot com ตั้งแต่สองวันที่ผ่านมา แต่กลับเจอปัญหาใหม่ว่าทางเฟซบุ๊กระบุว่าเว็บผิดกฎชุมชน ทำให้ไม่สามารถแชร์ลิงก์ใดๆ ลงเฟซบุ๊กได้
สำหรับข่าว Blognone ที่รายงานการเปลี่ยนเว็บเองก็ประสบปัญหานี้ โดยไม่สามารถแชร์ข่าวขึ้นเฟซบุ๊กได้ และตัวข่าวก็มียอด like เป็นศูนย์ตลอด
ในโพสต์ของเพจ Krungthai Care ที่ประกาศเปลี่ยน URL ก็มีปัญหาเดียวกัน และต้องใช้วิธีสะกด krungthai .com (มีเว้นวรรคหน้าจุด) แทน
|
# Sharp นำโน้ตบุ๊กแบรนด์ Dynabook (Toshiba เดิม) มาทำตลาดไทยอย่างเป็นทางการ
หลายคนอาจคุ้นเคยโน้ตบุ๊กแบรนด์ Toshiba ที่เคยมาทำตลาดในบ้านเราอยู่ช่วงหนึ่ง (เช่น รุ่นบางเบา Portégé) แต่เมื่อ Toshiba ประสบปัญหาทางธุรกิจอย่างหนักในช่วงปี 2015 ทำให้ธุรกิจหลายส่วนหยุดชะงัก และจบด้วยการขายบางธุรกิจออกไปเพื่อลดการขาดทุน
ชะตากรรมของธุรกิจโน้ตบุ๊กของ Toshiba จบลงด้วยการขายให้ Sharp เพื่อนร่วมชาติในปี 2018 โดย Sharp ในฐานะเจ้าของใหม่เลือกใช้แบรนด์ Dynabook ทำตลาด แทนการบอกว่าเป็น Sharp หรือ Toshiba ตรงๆ (รีแบรนด์ในปี 2019) และเลือกทำตลาด Dynabook ในบางประเทศเท่านั้น เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา
วันนี้ Sharp ประเทศไทย ประกาศนำ Dynabook เข้ามาทำตลาดไทยอย่างเป็นทางการ ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าเลือกรุ่นไหนมาทำตลาดบ้าง และมีช่องทางการขายอย่างไร (ในเว็บของ Sharp Thai และเพจเฟซบุ๊กยังไม่มีข้อมูลเรื่องนี้) แต่ก็เป็นสัญญาณอันดีว่าเราจะมีแบรนด์โน้ตบุ๊กเข้ามาเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง
|
# Google Docs เพิ่มฟีเจอร์ Smart Compose เดาคำถัดไปที่จะพิมพ์ เฉพาะลูกค้า G Suite
กูเกิลประกาศเพิ่ม 2 คุณสมบัติให้กับผู้ใช้ Google Docs ได้แก่ฟีเจอร์ Smart Compose (เปิดทดสอบตั้งแต่ปลายปีก่อน) และ Autocorrect แก้คำผิดอัตโนมัติ
โดย Smart Compose เป็นฟีเจอร์ที่เหมือนใน Gmail ช่วยเดาคำที่เราจะพิมพ์ถัดไป ส่วน Autocorrect จะแก้ไขคำผิดให้ทันที และขีดเส้นใต้สีเทาให้ทราบว่าคำนี้ถูกแก้ไข ผู้ใช้สามารถเลือกปิดการทำงานฟีเจอร์เหล่านี้ได้
อย่างไรก็ตามทั้ง Smart Compose และ Autocorrect จะเปิดให้กับผู้ใช้ G Suite แบบเสียเงินเท่านั้น โดยผู้ใช้กูเกิลทั่วไปไม่ได้ฟีเจอร์นี้
ที่มา: G Suite (1), (2) ผ่าน 9to5Google
|
# Grab ชูการทำ Credit Scoring ที่ไม่เหมือนสถาบันการเงิน ในบริการปล่อยกู้สินเชื่อรายย่อย
วันนี้ Grab Financial Group ประเทศไทย บริษัทลูกในเครือ Grab ประเทศไทยที่ให้บริการด้านการเงินเปิดตัวบริการสินเชื่อรายย่อยสำหรับคนขับรถและร้านอาหารที่เป็นพาร์ทเนอร์ โดยมีจุดเด่นคือการชำระคืนรายวัน เป็นการต่อยอดจากบริการ Grab Pay ที่ให้บริการมาราวครึ่งปี
จุดแข็งที่ Grab Financial Group ชู นอกจากความสะดวกในการกู้ยืม ที่ไม่ต้องยื่นเอกสารและการจ่ายเงินคืนเป็นรายวันได้ (สำหรับผู้คนขับรถหรือเจ้าของร้านอาหาร การจ่ายคืนเป็นรายวันรู้สึกเป็นภาระน้อยกว่าจ่ายเป็นก้อนตอนสิ้นเดือน) คือโมเดลการสร้าง Credit Scoring จากข้อมูลเชิงพฤติกรรมร่วมกับข้อมูลอื่น ๆ บนแพลตฟอร์ม Grab ที่คุณวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการ Grab Financial Group บอกว่าไม่เหมือนที่สถาบันการเงินใช้ เพราะ Grab มีข้อมูลพฤติกรรมจริงของลูกค้ามากกว่าและข้อมูลก็มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้ Grab สามารถปรับเครดิตและปรับโมเดลได้ตลอดเวลาเช่นกัน
บริการสินเชื่อรายย่อยของ Grab Financial Group ที่ทดลองให้บริการมาแล้วราว 2-3 เดือนและค่อนข้างประสบความสำเร็จ มี 3 บริการ
สินเชื่อเงินสดผ่านแอป ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันหรือกรอกเอกสาร ขอผ่านแอปฯ ได้ทันที ตอบโจทย์คนขับรถที่ไม่ได้เป็นพนักงานเงินเดือน การกู้กับธนาคารจะค่อนข้างยากและไม่จำเป็นต้องไปกู้นอกระบบ โดยสามารถชำระคืนแบบรายวัน วงเงินสูงสุด 1 แสนบาท ในระยะเวลา 6 เดือน ดอกเบี้ยสูงสุด 18%
บริการผ่อนชำระสินค้ารายวัน สำหรับผ่อนชำระสมาร์ทโฟนและเครื่องใช้ไฟฟ้า ดอกเบี้ย 0% ผ่อนชำระคืนแบบรายวัน
สินเชื่อ SMEs สำหรับพาร์ทเนอร์ร้านอาหาร เป็นสินเชื่อระยะสั้น ดอกเบี้ยต่ำ วงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท ดอกเบี้ยสูงสุด 15%
นอกจากนี้เร็ว ๆ นี้ยังมีแผนเปิดตัว Grab Insure บริการประกันภัยอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ด้วย
|
# HERE Technologies เปิดตัวแผนที่ติดตามการระบาด COVID-19
HERE Technologies ผู้พัฒนา HERE Maps เปิดตัวหน้าเว็บแผนที่แบบ interactive สำหรับติดตามการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Center for Systems Science and Engineering มหาวิทยาลัย Johns Hopskin และ DXY ซึ่งเป็นชุมชนออนไลน์ของแพทย์และคนในวงการสาธารณสุขจีน
ที่มา - อีเมลประชาสัมพันธ์
|
# Akamai รายงานการโจมตีบริการทางการเงิน พบแฮกเกอร์ยิงล็อกอินผ่าน API มากขึ้น
Akamai เปิดรายงานความปลอดภัยของบริการทางการเงิน (Finnancial Service - FinServ) ในช่วง ปีปลายปี 2017 ถึงปลายปี 2019 พบว่ามีอัตราความพยายามล็อกอินผ่านทางเซิร์ฟเวอร์ที่เป็น API gateway มากขึ้นเรื่อยๆ
รายงานแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมอื่นนั้นแฮกเกอร์พยายามขโมยบัญชีผู้ใช้ผ่านทาง API มาต่อเนื่องระยะหนึ่งแล้ว โดยรวมช่วงที่สำรวจมีการยิงผ่าน API ประมาณ 20% จากการยิงรหัสผ่านทั้งหมด 85,422 ล้านครั้ง แต่สำหรับอุตสาหกรรมทางการเงินเริ่มมีปริมาณสูงขึ้นช่วงปลายปี 2019 ที่ผ่านมา รวมมีการยิงรหัสผ่าน 473 ล้านครั้ง
ภาพรวมการโจมตียังคงมีการโจมตีรูปแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น SQL Injection ที่โดยรวมยังคงสูงมาก แต่สำหรับอุตสาหกรรมทางการเงิน การโจมตีแบบ Local File Inclusion (LFI) กลับสูงกว่า SQL Injection เสียอีก
ที่มา - Akamai
ภาพอัตราการล็อกอินมุ่งร้ายรายวันเทียบระหว่างการล็อกอินผ่านเว็บกับการล็อกอินผ่าน API ภาพบนเป็นภาพรวมการโจมตีทั้งหมด ภาพล่างแยกเฉพาะอุตสาหกรรมการเงิน
|
# ธนาคารกรุงไทยเปลี่ยนโดเมนเว็บจาก ktb.co.th เป็น krungthai.com
ธนาคารกรุงไทยประกาศเปลี่ยนชื่อโดเมนจาก ktb.co.th เป็น krungthai.com พร้อมกับเปลี่ยนการออกแบบเว็บ ให้รองรับอุปกรณ์เคลื่อนที่
หน้าเว็บยังคงเป็นการ redirect มาจากโดเมนเดิม เช่นหน้าเว็บข้อมูลซื้อ-จองล่วงหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาล จาก https://www.ktb.co.th/th/personal/detail/74 ก็ถูก redirect เป็น https://krungthai.com/th/personal/detail/74
ยังไม่มีข้อมูลว่าอีเมลติดต่อกับธนาคารจะเปลี่ยนโดเมนหรือไม่ เช่นการแจ้งเตือนจาก KTB Netbank ที่เดิมใช้ [email protected] แต่ตอนนี้ทางธนาคารยังครอบครองทั้งสองโดเมนอยู่ก็คงไม่มีความน่ากังวลอะไร
ที่มา - Facebook: Krungthai Care
|
# Twitter เพิ่มคุณสมบัติใหม่ ให้เขียนทวีตต่อเนื่อง (Thread) ง่ายขึ้น
Twitter เพิ่มคุณสมบัติใหม่ในการเขียนทวีตแบบต่อเนื่อง (Thread) จากเดิมที่ต้องไป Reply ทวีตเดิมเพื่อสร้างข้อความต่อเนื่อง โดยรูปแบบใหม่นี้สามารถเขียนทวีตก่อน แล้วค่อยกดหาทวีตเก่าที่จะเชื่อมเนื้อหากันได้เลย (ดูตัวอย่างจากด้านล่าง)
ค่าเริ่มต้นจะเลือกทวีตก่อนหน้านี้ขึ้นมาให้ แต่หากต้องการเชื่อมต่อกับทวีตที่เก่ากว่านั้น ก็สามารถไล่หาได้ แล้วเลือก Continue thread จากนั้นก็กดส่งข้อความ ทวีตจะเชื่อมต่อเป็น Thread ให้
ฟีเจอร์นี้จะทยอยเปิดให้ใช้งานกับผู้ใช้ Twitter ทุกคน
ที่มา: iMore
|
Subsets and Splits
No community queries yet
The top public SQL queries from the community will appear here once available.